นักเดินทางโลกที่สาม

| February 21, 2012 |

“โลกที่สาม”  ชื่อนี้ช่างน่าฉงนสนเท่ห์ยิ่งนักว่ามันคืออะไร  มาได้รับคำตอบตอนประมาณชั้นมัธยมที่ค่อนข้างสะกิดใจว่ามันคือคำกล่าวเรียกประเทศที่กำลังพัฒนานั่นเอง  แล้วไอ้คำว่าประเทศกำลังพัฒนานี่มันอะไรอีกล่ะคราวนี้  ทำไมจึงจะยังต้องอ้อมกันไปได้อีก  มาได้รับคำเฉลยว่า ประเทศกำลังพัฒนา = ประเทศด้อยพัฒนานั่นเอง  คงจะเหมือนกับการใช้คำที่พยายามให้ได้ความรู้สึกที่ดีขึ้นอย่าง คนล้างจาน = kitchen hand อะไรประมาณนั้น

ประเทศไทยตั้งแต่ผมจำความได้นั้นก็ถูกจัดในชั้นของประเทศด้อยพัฒนา  จนปัจจุบันก็ยังอยู่ในขั้นกำลังพัฒนากันอยู่  ผมเองไม่ได้มีความรู้สึกอันใดต่อการจัดลำดับหรอก  เข้าใจว่ามันคือภาพรวมของทั้งประเทศไม่สามารถเอามาเหมารวมกับทุกบุคคลในสังคมได้  เพราะเอาเข้าจริงๆแล้ว  คนบางคนในประเทศนี้ก็มีทั้งทรัพย์และศักยภาพมากกว่าคนหลายๆคนในประเทศที่เรียกว่าตัวเองพัฒนาแล้ว

แล้วผมจะต้องไปเดือดร้อนอะไรกับมัน???

ผมจะไม่เดือนเนื้อร้อนใจอันใดกับการจัดหน้าตาหรือลำดับประเทศเลย  ถ้าเขาไม่เอาการมองโดยรวมนี้ไปเหมาเข้ากับการท่องเที่ยวในแต่ละดินแดนทั่วโลก

เป็นอันรู้กันทั่วไปในหมู่นักเดินทางชาวไทย ว่า ไอ้คำว่าวีซ่านั้น บางครั้งมันโหดหินเหลือเกิน  นักเดินทางจากโลกที่สามอย่างเราๆถ้าอยากจะเข้าไปท่องเที่ยวแสวงหาประสบการณ์หรืออะไรก็แล้วแต่นั้น  จะต้องเจออุปสรรคขวางกั้นมาเป็นด่านแรกตั้งแต่ยังไม่ทันเดินทางเลยด้วยซ้ำไป

อเมริกาต้องถ่ายรูปแล้วให้เห็นใบหูชัดเจน พร้อมด้วยเอกสารยุ่บยั่บ , นิวซีแลนด์ต้องใช้ภาพถ่าย 2 นิ้วพื้นหลังสีขาว  ส่วนไต้หวันต้องใช้ 1 นิ้ว พื้นหลังสีขาวเช่นกัน  อะไรมันจะกันนักกันหนาเนี่ย  ถ้าจะโทษก็ต้องโทษผู้ที่แฝงตัวเป็นนักเดินทางแล้วไปกลายร่างเป็นนักขุดทองเช่นนั้นหรือ

ผมเองเคยมีความรู้สึกหงุดหงิดขุ่นเคืองข้องหมองใจเมื่อครั้งที่ผมได้เดินทางไปไต้หวันและได้จ้างเพื่อนร่วมทางคนหนึ่งซึ่งถือพาสต์ปอร์ตอังกฤษ  ส่วนตัวผม…แน่นอนผมใช้พาสปอร์ตไทย

ในฐานะของนายจ้างที่จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินให้ฟรีพร้อมทั้งค่าอาหารและค่าเดินทางให้ไอ้หนุ่มคนนั้น  แต่ตัวเรากลับที่จะต้องไปเตรียมเอกสารหลักฐานการทำงาน  วิ่งไปหาร้านถ่ายรูปจนรูปที่ถ่ายออกมาหน้ายังมันเยิ้มอยู่เชียว

ขณะที่นักเดินทางจากประเทศโลกที่หนึ่งแค่เอาตีนไปเหยียบก็สามารถอยู่ได้นานถึง 90 วัน แถมไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมวีซ่า แต่เจ้านายกระเหรี่ยงอย่างผมต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยากมากมายหลายอย่างที่ผ่านมาโดยได้รับวีซ่าแค่ 30 วัน  ที่สำคัญพวกเรายังมีตัวหน่วงมากกว่าพวกนั้น คือ ค่าวีซ่า  ซึ่งไต้หวัน คิด 1,800 บาท  นิวซีแลนด์ คิด 3,700 บาท  เป็นความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ผู้ที่ถูกตราหน้าว่าไม่ค่อยจะมีเงินกลับถูกคิดเงินตั้งแต่ยังไม่ทันได้ออกเดินทาง ( ถ้าวีซ่าไม่ผ่านก็ไม่คืนค่าธรรมเนียมด้วย )

ปัจจุบันผลกรรมจากความตะกละโลภมากของชนชาวโลกที่หนึ่งเริ่มได้ปรากฏออกมาแล้วจากการอาเจียนปัญหาทางเศรษฐกิจของหลายๆประเทศในยุโรป  ในขณะที่พี่เบิ้มนักบริโภคอย่างอเมริกานั้นก็เข้าๆออกๆจากห้องไอซียูมานานหลายปีแล้ว

จากผลร้ายเหล่านั้นบางส่วนได้กลายมาเป็นผลดีต่อนักเดินทางอย่างเราๆ  ที่คนจากโลกที่หนึ่งเริ่มรู้สึกว่าต้องการเงินของการท่องเที่ยวในกระเป๋าของนักเดินทางโลกที่สามอยู่บ้าง  อีกไม่นานเมื่ออาการของประเทศเหล่านั้นต้องการการเยียวยาหนักขึ้นกว่านี้  พวกเราอาจจะได้สิทธิปกติของนักเดินทางประเทศโลกที่หนึ่งมาไว้ในครอบครองเป็นสิทธิพิเศษของเราบ้างก็อาจจะเป็นได้

Related posts:

Category: บทความอื่นๆ

About the Author ()

...

Leave a Reply