บันทึกการเดินทาง4-Aus.

| September 27, 2012 |

Mon, 13 Sept 2010     ได้เที่ยวซะที

และแล้ววววว….ก็มาถึงวันนี้ซะที  วันที่ผมรอมานาน  ความฝันที่ผมจะได้มาว่ายน้ำดูปะรากังบริเวณ Great barrier reef  วันนี้ได้เป็นจริงซะทีครับ  โหะๆๆๆ  เพื่อนๆคงอิจฉากันน่าดู 55

หอมเองที่แม้จะดำน้ำมามากก็ยังไม่เคยมาดำแถวๆนี้เลย  หิหิ  ดีใจๆ  ออกจากบ้านตามเวลาที่ลินนัด คือ 7.15 am ลินพาไปส่งตรงถนนหน้าทางขึ้น Backpacker by the bay ขึ้นไปก็เจอนิคเจ้าเก่า  ถามว่า How r u??? ตอบ Not too bad  ท่าทางแปลกๆ  ไม่ค่อยคุยเท่าไร  แต่ก็ไม่มีปัญหาครับ  เขาไม่ถึงกับอารมณ์เสีย  อาจจะยุ่งๆนิดหน่อย  คุยกันมั่งเงียบมั่งซักพักเขาก็บอกให้ขึ้นไปรอถนนข้างบนตรงบ้านพ่อแม่ของเขา  ผมก็เดินไปตามทางเรื่อยๆจนถึงถนนใหญ่

รอซักพักเจอไก่งวงป่าแบบที่อยู่แถวๆบ้านลิน  มันเดินออกมาจากป่าข้ามถนนมาแล้วก็เดินมาแถวๆผม  เลยเอากล้องส่องซะเลย  ได้มาสามสี่รูป  ถือว่าเป็นการลองกล้องก่อนจะไปลุยจริงครับ  วันนี้เอา Canon D10 มา  กะจะลงไปถ่ายรูปใต้น้ำเต็มที่เลยวันนี้  โหะๆๆๆ  ยังไม่ได้ลองเอาลงน้ำเลยนะเนี่ยตั้งแต่ได้มาเกือบจะเดือนนึงแระ

ซักพักรถก็มา  บนรถคนนั่งอยู่เกินครึ่ง  ผมเป็นคนหัวดำคนเดียวอีกแล้วครับ  แถมมาตัวคนเดียวด้วย555  แต่ไม่กลัวหรอก  ขึ้นไปก็มีคนทักทายสองคนเป็นคนนิวซีแลนด์  แล้วคนขับรถก็ถามกันว่ามาจากประเทศไหนกันมั่ง  คนขับมุขเยอะดี  ตลกดี 555  จำได้หนึ่งมุข คือ  ไม่ต้องกลัวฉลามนะ  เพราะฉลามแถวนี้โดนจระเข้กินหมดแล้ว  อืมมมม  คิดได้นะ (แถวนี้มีจระเข้จริงครับแต่ไม่มาก)

เรือเรียงรายเหล่านี้แหละที่หนึ่งในนั้นจะพาเราไปเที่ยวในวันนี้

 

ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็ถึงท่าเรือ  วันนี้แดดดีมากครับ  สวยงามมมม  ผิดกับวันที่ฝนตกในช่วงแรกๆที่มาถึง  วิวที่เห็นนี่เป็นหนังคนละม้วนเลยทีเดียว  ก่อนขึ้นเรือก็ต้องจ่ายเงินครับ  ที่นี่ดีนะเพราะเขาเอาเครื่องรูดบัตรมาด้วย  เราก็ไม่ต้องพกเงินสดติดตัวมา  เด็กที่เก็บเงินก่อนขึ้นเรือเล่นมุขว่าบัตรผมรูดไม่ผ่าน  น่านนแน่ะ  เล่นมุขตั้งแต่ยังไม่ทันขึ้นเรือเลยนะนั่น  ดีที่เขารีบบอกว่าเล่นมุขไม่งั้นผมเชื่อจริงๆด้วยนะนั่น 555

ขึ้นไปขอนั่งข้างๆสาวสวิซฯที่มากันสองคน  ส่วนคู่นิวฯนั้นแยกไปคนละทัวร์กับเรา  เขาไป Reefjet  ส่วนของเรา คือ Mantaray  นั่งรออยู่พักใหญ่ๆ  ก็มีกลุ่มใหญ่ๆมาสมทบอีก  นั่งมองไปมองมามีสาวสวยด้วย อิอิ  และแล้ว  เหมือนโชคจะเข้าข้างที่สาวคนนั้นมาขอนั่งข้างๆเราด้วย  อิอิ

รวมพลคนที่จะไปทัวร์หาดทรายขาวสวรรค์กัน

 

จากนั้นก็มีอีกกลุ่มนึงมาต่อคิวขึ้นเรืออีก  อืมมม ตอนแรกนึกว่าเรือไปกันแบบหลวมๆไม่แน่นเท่าไร  ตอนนี้คนเริ่มแน่นแล้วสิ  มีคู่นิวซีแลนด์อีกคู่ที่พอขึ้นเรือมาได้ไม่นานเขาก็มา Say Hello กับทุกคนแล้วก็แนะนำตัวเขา  น่ารักดีจัง  แต่คนที่นี่มากมายหลากเชื้อชาติ  พวกสวิสฯกับเยอรมันท่าทางจะเย็นชาหน่อยๆ

ผมเองตอนแรกๆก็พยายามจะชวนสองคู่นี้คุย  แต่ส่วนใหญ่จะเป็นความพยายามของเรามากกว่า  ตอนหลังก็เลยนั่งเฉยๆไปบ้าง  กลุ่มอื่นๆที่ผมพอจะสังเกตุได้อีกก็มี คู่ Perfect couple ที่ผมตั้งฉายาให้เอง 555  คือผู้หญิงนี่ยังกะตุ๊กตาบาร์บี้  คือ สวย สูง หุ่นดี  แต่ดูแบบคุณหนูๆ หน่อย  ส่วนผู้ชายก็ดูดีครับ  แต่ผมชอบผู้หญิงมากเลย เลยว่าผู้หญิงดูดีกว่า 555  มารู้ทีหลังว่าสองคนนี้ก็เป็นเยอรมัน

นอกจากนี้ก็มีคู่เพื่อนสาวที่นั่งท้ายเรือ  คนนึงหน้าตาพอเข้าตากรรมการ  น่าสงสารที่พอนั่งไปซักพักเขาจะโดนน้ำจากเรือสาดเปียกเหมือนลูกหมาตกน้ำเลย  สุดท้ายก็ต้องย้ายมานั่งข้างๆคู่นิวฯโดยที่นั่งของเขาหลังติดกับผม  แต่ไม่ได้คุยด้วยหรอกนะคู่นี้เพราะกะจะผูกมิตรกับสาวเยอรมันที่หน้าตาดีหุ่นดีและสูงกว่า 555 ซี่งก็คือคู่สองสาวชาวเยอรมันที่มานั่งตรงข้ามผม

ที่แท้เขามาเรียนแลกเปลี่ยนปีเดียว  เรียนที่ Sunshine coast  คนเยอรมันนั้นเย็นชามาก  แล้วมารยาทก็จะว่าไม่ดีก็อาจจะได้มั้ง  คือผมลองถามสองสาวที่เพิ่งจะผูกมิตรกันใหม่  เรื่องที่เคยคุยกับคนเยอรมันแฟนของ Steven ที่เขาเล่าว่าที่เยอรมันนั้นไม่มีการถาม How are you กัน  พอมาที่นี่พอโดนถาม  สาวคนนั้นเลยบอกว่าเขารู้สึกแปลกมาก

ปรากฏว่าจริงครับ  สาวคนนี้ยืนยัน  อ้อ  ลืมแนะนำตัวให้รู้จัก 555  สาวหน้าตาดีชาวเยอรมัน ชื่อ Katrin ส่วนเพื่อน ชื่อ Jessica ไรซักอย่างจำไม่ค่อยได้  เป็นนักเรียนปีสามปริญญาตรี  เธอก็ยิ้มอยู่บ้างนะ  พอยิ้มก็น่ารักดีทีเดียว  แต่มารยาทบางอย่างจะดูไม่ดีหน่อย  เช่น ช่วงหลังเธอจะย้ายไปนั่งกับคู่ Perfect couple แล้วเธอทิ้งของบางอย่างไว้ข้างๆคู่สวิสฯเวลาเธอหยิบของเธอจะไม่มีการขอโทษสาวสวิซฯเลย  เธอจะหยิบผ่านด้านหลัง  โดยที่สาวสวิซฯเองบางครั้งก็เพิ่งจะรู้สึกตัวแล้วมันก็แปลกๆนะผมว่า

มาที่คู่สวิซฯมั่ง  เขาเป็นพยาบาลกันมาเที่ยวเดือนนึง  เช่ารถ Camper van เที่ยวกันเอง  หนึ่งเดือน  ลองถามดูพบว่าที่สวิซฯนั้นเหมือนที่นี่เลย คือ ทำงานครบปีได้หยุดเดือนนึง  อืมมม  มีแต่ไทยแหละน้อ 7 วัน (แต่มีวันหยุดนขตฤกษ์อีกมากมาย)

เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่เห็นได้ชัดของพฤติกรรมคนไทยที่ไม่ชอบทำอะไรตรงๆครับ  ชอบทำแบบอ้อมๆ  วันหยุดตรงๆมีน้อยๆ  แต่วันหยุดแบบที่ไม่ตายตัวว่าจะหยุดกี่วัน อย่าง  สงกรานต์  ปีใหม่  ฯลฯ  มีเยอะ  ที่นี่วันหยุดที่หยุดพร้อมๆกันทั่วประเทศปีนึงมีราวๆ 10 วัน  บ้านเราผมคาดว่าไม่น่าต่ำกว่า 20  ลองรวมดู  20+7=27  30+10 = 40  อืมมม  สรุปแล้วก็ยังน้อยกว่าฝรั่งครับ

แต่ๆๆๆๆ…..เวลาทำงานของบ้านเรา เราทำงานกันจริงๆมั่งเล่นๆมั่ง  ผมว่ารวมๆแล้วถ้าตีเวลาการทำงานแบบจริงๆจังแล้วก็ออกมาพอๆกันครับ  555

ใกล้ถึงที่หมายแล้วต้องใช้เรือเล็กเพื่อจะเข้าฝั่ง

 

เรือแล่นนานนนมากกกก  น่าจะชั่วโมงนึงเป็นอย่างต่ำ  และแล้วก็มาถึงจุดหมายแรกครับ   น้ำทะเลในตอนที่นั่งมานั้นสวยมากครับเป็นสีครามเลยทีเดียว  แดดก็ดี  ถือว่าผมวางแผนได้ดีมากครับ  ทุกอย่างเป็นตามแผนเพราะก่อนจะเที่ยวได้เช็คพยากรณ์อากาศเรียบร้อยแล้ว  และวันนี้พยากรณ์อากาศก็แม่นด้วย

ลืมเล่าว่าพอมาถึงที่นี่พยากรณ์อากาศเหมือนจะแม่นน้อยกว่าที่ซิดนีย์  อาจจะเพราะสภาพอากาศเป็นแบบชื้นๆขึ้นมาหน่อยด้วยมั้ง  คิดๆดูที่บ้านเราพยากรณ์ไม่ได้เรื่องเลยก็อาจจะเพราะมันยากกว่าด้วยรึเปล่าเนาะ  อันนี้เดาเอาจากการสังเกตุ  ที่เห็นว่าที่นี่สภาพอากาศนั้นไม่แตกต่างจากที่ไทยเลย  ผมมาแล้วรู้สึกเหมือนอยู่ไทยเลย  เพียงแต่ไม่อบอ้าวเท่าไร  ซึ่งเยี่ยมยอดมากครับ  ไม่เหนียวตัว

เราลงเรือเล็กกันเพื่อจะขึ้นเกาะ Whitsunday จุดหมาย คือ Hill inlet โดยจะไปดู Whiteheaven beach จากมุมสูง  ทางที่เดินขึ้นไปก็เป็นป่าแต่ไม่ใช่ป่าชื้น  สภาพดีทีเดียว

หลักฐานว่ามาถึงแล้วหมู่เกาะ Whitsunday

 

ต้องเดินข้ามไปยังอีกฟากนึงของเกาะเพื่อจะไปดูไฮไลท์กัน

 

เดินไม่ถึงยี่สิบนาทีก็เริ่มจะเห็นไฮไลท์มาแต่ไกลแล้ว

 

และแล้วก็ถึงครับ  ขอบอกว่า  สุดยอดดดดดดดดดดด  ภาพที่เห็นนั้นเหมือนกับภาพโปสการ์ดที่เขาขายเลยทีเดียว  เหนือคำบรรยายจริงๆ  สวยแบบไม่คาดคิดมาก่อน  ทะเลแหวกที่เกาะนางยวนซึ่งเป็นที่ที่ผมว่าสวยที่สุดในเมืองไทยแล้ว  ต้องยอมรับว่าแพ้ที่นี่ครับ  เพราะทรายที่โผล่มาเป็นหย่อมๆจากน้ำทะเลของที่นี่นั้นกินพื้นที่กว้างกว่ามาก  แล้วน้ำทะเลที่เห็นก็มีหลากสีสัน  แถมทรายขาวละเอียดมาก  มีหลายหย่อมด้วย  ที่เกาะนางยวนมีแค่หย่อมเดียว

ว้าว ว้าว ว้าว woooowwwww

 

หึหึหึ ในที่สุดก็ยอมให้วิญญาณเอเชียเข้าสิงจนได้นะ

 

ลืมๆ นายแบบไปนะครับ พอดีรูปนี้วิวมันติดแบบกว้างครอบคลุมดี

 

ฝรั่งที่ไม่ค่อยถ่ายรูปกันก็โดนวิญญาณคนเอเชียเข้าสิงครับ  กดชัตเตอร์กันใหญ่เลย  ส่วนคนชอบถ่ายรูปอย่างผมนั้นไม่ต้องห่วง  เข้าไปถ่ายเป็นคนแรกๆเลย 555  สวยจริงๆ  ตายไม่เสียชาติเกิดแล้วครับที่ได้มาเห็นอะไรสวยๆแบบนี้

อ้อ  มีเรื่องนึงพอพูดถึงการได้ไปเที่ยวก่อนตาย  หลังข่าวแผ่นดินไหวที่ Chrischurch ของนิวฯ  ผมก็ถามคู่นิวฯว่าเป็นไงมั่ง  เขาว่าตึกพังไปพอสมควรเลย  ฉะนั้นความคิดเก่าของผมที่ว่า  จะเที่ยวเมื่อไรนั้นก็ได้  ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนแล้วครับ  เพราะสิ่งที่เราคิดว่ามันจะอยู่ตลอดไป จริงๆแล้วมันไม่ยั่งยืนแบบที่พระพุทธเจ้าสอนไว้จริงๆนั่นแหละ  สึนามิก็เป็นอีกตัวอย่างที่ดี  ทะเลที่คนเคยไปเห็นก่อนหน้าสึนามิกับหลังสึนามิก็ไม่เหมือนเดิมนะครับ  ฉะนั้นถ้ามีโอกาสผมจะรีบไปเที่ยวก่อน 555

ต่อไปอาจจะไปเที่ยวแบบนี้มากขึ้น คือ ไปอยู่กับโฮสนี่แหละ  ประหยัดค่าที่พักและค่ากิน  แล้วยังได้ทำความรู้จักคนท้องถิ่นอีก  ดีจะตายไป  ยิ่งไปประเทศที่พัฒนาแล้วความปลอดภัยก็สูงแถมเป็นผู้ชายอีก  จะต้องกลัวอะไรเล่า

อ้อ  อีกอย่างที่นี่ตอนเช้าเริ่มมีแสงเวลา 6.00 และหมดแสงราวๆ 18.30 อืมมม  ต่างจากที่ซิดนีย์เลยที่ยังสว่างช้าและมืดเร็วอยู่

จากด้านบนลงสู่ด้านล่างบ้างดีกว่า

 

ว้าวววว wowww again

 

หลังจากชมวิวบนยอดเขา  ตอนนี้เราก็เดินลงไปดูใกล้ๆมั่ง  ช่วงนี้ผมเริ่มตีสนิทกะสองสาวเยอรมันได้แระ  โดยตอนแรกก็ขอให้เขาช่วยถ่ายรูปให้มั่งถ่ายให้เขามั่ง  จนสุดท้ายพอบอกว่ากล้องผมนั้นถ่ายใต้น้ำได้เท่านั้นแหละ  หิหิ  Katrin นี่มาเดินข้างๆตลอดเลย 555  จับจุดถูก  โหะๆๆๆ

สวยไปหมดเลย ^__^

 

สาวๆนี่ไม่ว่าประเทศไหนนี่ก็ชอบถ่ายรูปเกือบทั้งนั้นเลยเนาะ  ดีใจจังที่ผมชอบถ่ายรูป และคิดว่าพอจะมีพรสวรรค์อยู่บ้าง  หิหิ

จากนั้นเราก็เดินคุยกันมาตามทางเรื่อยๆ  เธอถามว่าเที่ยวเองคนเดียวหรอ  ใช่สิ  ผมว่าแฟนผมก็มีนะ  แต่เธอวีซ่าหมดกลับประเทศไปแล้ว  555  ติ้ต่างเช่นเคย  บอกไปงี้เขาจะได้ไม่กลัวว่าผมจะไปจีบ 555  แผนสูงมะ

สองสาวเยอรมันที่หนุ่มไทยหน้าด้านไปผูกมิตรมา

 

พอถึงหาด  หาดทรายสวยมากกก  อืมมม  มีเรื่องนึงที่ไกด์เตือน คือ ห้ามเอาอะไรก็ตามจากที่นี่ไปไม่งั้นจับได้โดนปรับ 40,000$  โอ้วววว   ล้านกว่าเลยนะนั่น  ที่นี่กฏหมายแรงดีนะ  สะใจ  ชอบ   บ้านเราเรอะ  เหอะๆ  น่าจะเลียนแบบและเอาไปทำกันจริงๆซะมั่งเนาะ

ผมก็ถ่ายรูปของผมไป  ไปถ่ายกะเขามั่ง  แต่พออยากจะไปที่อื่นก็ไป  ไม่ได้ไปขึ้นอะไรอยู่กับเขามากเกินไป   วิวข้างบนว่าสวยแล้ว  วิวข้างล่างก็สวยไม่แพ้กันครับ  ตอนแรกมาที่นี่ไม่คิดว่าจะมาเจอกับ Whitheaven beach นะเนี่ย

 

น้ำทะเลใส ทรายสวย….

 

อยู่ได้ทั้งวัน

 

โชคดีที่ฟ้าเป็นใจ

 

คลิกเพื่อชมภาพเพิ่มเติม

Related posts:

Tags: , , , , , , , , , ,

Category: ออสเตรเลีย, เที่ยวระบบโฮส, ไดอารี่

About the Author ()

...

Leave a Reply