บันทึกการเดินทาง5-Aus.

| September 28, 2012 |

ได้เที่ยวเสียที-2   (ภาค 2 ของบันทึกการเดินทางที่ต้องขอเอามาต่อเพราะยาวมากครับ )

เพิ่งรู้จักตอนที่ลงเครื่องนี่แหละ  สิ่งที่หวังจากที่นี่คือการดำน้ำมากกว่า  ตอนนี้เหมือนจะได้กำไรไปล่วงหน้าแระ  พอได้เวลาเที่ยง 15 เราก็เดินกลับไปที่นัดที่เขาว่าจะมารับตอนเที่ยงครึ่ง  คนเยอรมันนี่ตรงเวลาดีจริงๆครับ  ไปจุดเดิมที่เขาเอาเรือเล็กมาส่งเราแล้วก็นั่งเรือเล็กไปขึ้นเรือใหญ่  อาหารเที่ยงบุฟเฟ่ต์มี แฮม ขนมปัง สปาเกตตี้ และ น่องไก่ แล้วก็ผลไม้  ขอบอกว่าเป็นน่องไก่ที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลย  เพราะมันยังเย็นอยู่เลย  เหมือนเขาเพิ่งเอาออกมาจากตู้เย็นยังไงยังงั้น  แต่ก็จำใจกินไปได้ราวๆครึ่งน่องครับ  แต่แตงโมอร่อยมาก

กินเสร็จเรือแล่นไปอีกราว 45 นาที  เพื่อไปดำน้ำ  ทริปนี้ผมขอแค่ดำน้ำตื้นครับ  เพราะบัตรดำน้ำยังมาไม่ถึง(ไอ้ต้อส่งมาตั้งแต่วันศุกร์แระ)  แล้วถ้าจะดำต้องเสียเพิ่มอีก 65$  และอีกเหตุผล คือ  กล้องผมลงได้ลึกสุดแค่ 10 เมตร  วันนี้กะจะถ่ายรูปอย่างเดียว

เตรียมตัวลงน้ำกันเถอะ

 

ทัวร์เจ้านี้แปลกที่ไม่รวมค่า Wetsuit ถ้าจะเอาต้องเช่า  ดีที่เมื่อวานผมอ่านเจอ  เลยได้ใช้แระ Wetsuit ของตัวเองที่ซื้อมานานถึง 3-4 เดือน  เป็นการได้ลองใช้ Wetsuit แล้วก็ลงทะเลออสเตรเลียแบบจริงๆจังๆครั้งแรกครับ  น้ำเย็นกว่าที่ไทยครับ  แต่ Wetsuit ช่วยได้ดีทีเดียวเลยครับ  เพิ่งรู้ว่ามันช่วยให้ลอยด้วย  ผมพยายามจะดำลงใต้น้ำก็ทำไม่ได้ครับ

อ้อ  แต่ Wetsuit ผมนั้นฟิตมากเลย  นี่ขนาดซื้อไซส์ใหญ่ที่สุดแล้วนะ  พอดีของบริษัท ozsale น่ะ 555

ขอสรุปผลการดำน้ำครั้งนี้นะครับ  ความสวยงามของปะการังและความหลากหลายของปลา  เทียบกับที่ไทยแล้วไม่ติดเลย  สมมุติไทยได้ 100 คะแนน  ที่นี่ได้อยู่ราวๆ 60 ครับ  อาจจะเพราะจุดที่มาดำด้วย  เดี๋ยวต้องรอดูอีกวันนึงที่ผมจะไปดำน้ำอย่างเดียว  แล้วก็ทริปอื่นที่ผมจะไป Magnetic island และ Cairns ด้วย

บริเวณนี้อยู่ในแนว Great Barrier reef

 

ผิดหวังอ่ะ

 

ปลาก็งั้นๆ ไม่มากด้วย

 

เหมือนว่าปะการังจะตายเยอะ

 

…….

 

หวังไว้เยอะจึงผิดหวัง

ถ้าอีกสองที่ผลออกมาเช่นนี้ก็น่าผิดหวังครับ  ผมเริ่มโฆษณาชวนคนไปเที่ยวไทยอีกแระตอนขึ้นมาบนเรือ   แต่คนบนเรือท่าทางจะฉงนกับกล้องผม  อ้อ  ขอบอกว่ากล้องทำงานได้ดีเลยทีเดียว

ผมเองก็แปลกใจกับฝรั่งที่นี่ที่ส่วนใหญ่จะใช้กล้องดำน้ำแบบทีเดียวทิ้ง  ไม่เข้าใจว่าทำไม  เพราะที่ไทยที่ผมจัดทริปเที่ยวทะเลคนเดียว  ตอนนั้นผมก็เห็นบางคนมี Housing กันน้ำตั้งแต่เมื่อผมไปเที่ยวมาสองสามปีที่แล้วแล้วนะ  แต่คนบนเรือลำนี้ผมไม่เห็นมีใครเอากล้องลงไปถ่ายใต้น้ำกันเลย  ผมให้ Kat , คู่ Perfect couple แล้วก็คู่ นิวซีแลนด์ ดูรูปที่ถ่าย

จากนั้นก็นั่งเรือกลับครับ  ผิดหวังครับกับการดำน้ำตื้น  ปลาก็เหมือนจะเป็นประเภทเดียวกับที่ไทยมี  ปะการังนี่ยิ่งไม่มีอะไรเลย  ต้องไปว่าไอ้นิคแระ

สรุปแล้วความพึงพอใจกลับกันครับ  Whiteheaven beach  ดีเกินคาด  ส่วนดำน้ำนั้นผิดหวัง ผลลัพธ์เลยออกมาอยู่ที่กลางๆ 555  อันที่ไม่คาดกลับเกินคาด  ส่วนไอ้ที่คาดกลับต่ำลงไปเยอะ

 

ยังดีที่มีปลาตัวนี้มากู้หน้าไว้

 

ปิดท้ายทริปได้มีคุณค่ามากกว่า

 

เรือของชาวบ้าน

นั่งเรือราวชั่วโมงครึ่งจึงถึงฝั่ง  ตอนแรกผมกะจะให้ลินมารับและพาผมแล้วก็ให้สองสาวมาโหลดรูปที่บ้าน  แต่คิดไปคิดมา  ไม่ดีมั้ง  เลยขอแลกเมลกันแล้วให้ไปโหลดเอาจาก Facebook ดีกว่า  และคิดๆดูมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ผมมีความสัมพันธ์กะ Kat มากขึ้นเท่าไร  แบบหลังแหละดีแล้ว

พอผมส่ง Message ไปบอกลินว่าถึงแล้ว  กลายเป็นลินเปลี่ยนใจจากจะมารับที่ในเมืองให้ผมเดินไปแถวๆบ้านแล่วค่อยเจอกันแถวนั้น  อืมมมม  ดีแล้วที่ไม่ทำแบบที่คิดตอนแรกที่จะให้สาวมาด้วย  ลินคงไม่ปลื้มแน่ๆ

อ้อ  จริงๆสองสาวมีไอเดียว่าจะให้ผมเข้าไปเจอในเมืองกลางคืน  เหอะๆ  อันนั้นก็เกินไป๊  บ้านผมอยู่บนเขานะคร้าบบบบ  ผมลงที่ YHA hotel เพื่อจะไปหาข้อมูลเรื่องค่ารถในการเดินทางไปที่อื่นหลังจากที่นี่  ไปดูร้าน Peterpan ตามที่ นิค แนะนำ  แพงงงอ่ะครับ  ไม่ได้ว่าร้านขายแพงนะ  แต่ค่ารถน่ะมันแพง  แพงพอๆกับนั่งเครื่องเลยทีเดียว  คิดไปคิดมาคงต้องวางแผนเพิ่มอีกแระ

อืมมม  แต่ยังดีที่อยู่บ้านลินแล้วบางวันก็มีเวลาว่างเยอะ  ผมก็นั่งเล่นเน็ตมั่งเขียนบันทึกมั่ง  บันทึกนี้ก็เพิ่งเขียนวันอังคารนี่แหละ  สามวันรวด  หิหิ  เดินมาถึงวงเวียนยังไม่ทันถึง Backpacker เลยครับ  คู่นิวฯขับรถผ่านมา  ตอนแรกนึกว่าผ่านมาแล้วก็จะผ่านไป  ที่ไหนได้  โอ้ววววว  เหมือนพระมาโปรด  555  เขาแวะรับผมครับ

เกรงใจจังแต่ก็ขึ้นครับ  555  ตอนแรกกะจะให้เขาไปส่งถึงแค่ปากๆทางแล้วค่อยให้ลินมารับ  แต่เขายินดีจะส่งถึงบ้าน  แน่ใจอ่ะ  ไกลนะ  อยู่บนเขาด้วยนา  สุดท้ายเขาก็มาส่งจนถึงที่  ผมรู้สึกดีอย่างยิ่งเลยชวนเขาไปเที่ยวไทยซะเลย  คอยดูถ้ามานะจะต้อนรับอย่างดีเลย

ลืมบอกว่าคู่นี้ดูเหมือนเป็นคนเมารีนะไม่ใช่ฝรั่ง  แต่น้ำใจและอัธยาศัยงามจริงๆครับ  น่ารักมาก  ผมให้อีเมลเขาไปแล้วครับ  หวังว่าจะแอดมานะ  เข้าไปในบ้านไม่มีคนอยู่ครับ  แต่เห็นอาหารพร้อมแล้วอ่ะ  โอ้วววว  วันนี้ไม่ได้ทำงานเลยอ่ะ  แถมมีอาหารพร้อม  รู้สึกผิดอ่ะ  ลินไม่อยู่อ่ะ  เลยส่ง Message ไปหา  ลินโทรมาว่าอีก 10 นาทีจะถึง  ผมเลยลงไปอาบน้ำก่อน  ยังไม่ทันอาบได้ยินเสียงลิน  อ้าววไหนว่า 10 นาที  ขึ้นมาขอตัวไปอาบน้ำก่อนกะว่าจะรีบมาช่วย  อาบเสร็จขึ้นมา  ลินบอกว่าไม่ต้องช่วย มื้อนี้ลินจัดให้เอง 55

อืมมม  เรานั่งกินแล้วก็ดูทีวีไป  ดีครับได้คุยอะไรหลายเรื่องอีกแล้ว  เรื่องที่คุยมี เรื่อง  Super profit tax คือ เรื่องที่ประเทศออสเตรเลียมีแร่มาก  แล้วรัฐบาลก็ไม่ได้ทำเองในตอนแรก  แต่ให้เอกชนเช่าจ่ายค่าเช่าแบบ Fix เอกชนก็มีทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ช่วงหลังรัฐมาคิดได้ว่าให้เช่าถูกเกินไป  เลยอยากจะหาทางเอาเงินจากส่วนนี้เพิ่มเติม  เลยออกมาเป็น Super profit tax นี่แหละ

แต่เอกชนก็แน่นอนครับ  ไม่อยากจ่ายเพิ่ม  ก็ขู่ว่าจะไม่ทำต่อ  ขู่ว่าคนจะตกงานประมาณนั้น  ไอเดียนี้ ลินกับผมเห็นด้วยที่น่าจะเก็บเงินเพิ่มจากเอกชน  ผมว่าเอาแบบได้มากก็เสียมากน่าจะดี  เรื่องต่อมาผมถามว่าลินรู้สึกยังไงกับคนอินเดีย  ลินว่าโดยทั่วไปพวกนี้เจ้าเล่ห์ 555  ผมว่าโดนมาก  นึกว่าคนไทยจะคิดไปเอง  ผมบอกว่าเรามีสุภาษิตว่าเจองูกับเจอแขกให้ตีแขกก่อนตีงู  แล้วก็เรื่องคนอินเดียในผับในซิดนีย์  ลินว่าผู้ชายอินเดียส่วนใหญ่จะ Aggressive ซึ่งถ้าเธอเป็นสาวๆก็ไม่ชอบ

ต่อมาเราดูรายการ TV X-factor ประมาณ The Stars กับ Academy Fantasia บ้านเราน่ะ  แต่ที่นี่เขาพาไปพบกับคนดังๆระดับโลกอย่าง Snoop Dog ฯลฯ ดูไปเรื่อยๆมีคนคนเจาะจมูกด้วย  ลินก็วิจารณ์ว่าเธอไม่ชอบเลยไอ้เจาะจมูกเนี่ย  คือเจาะส่วนอื่นๆยังดูดี  ส่วนผมว่าผมเฉยๆ ผมไม่รังเกียจแล้วผมชอบคิดแง่บวกเลยเฉยๆ  ผมจะคิดว่ามันดูตลกดีมากกว่า  ดูแล้วคล้ายๆวัว 555

จากนั้นผมก็ถามลินดูว่าทำธุรกิจมามากนี่มีความผิดพลาดอะไรที่ได้เรียนรู้มากที่สุด  ลินเล่าว่าเรื่องที่เธอได้เรียนรู้มากที่สุด คือ ต้องไม่มีอีโก้แล้วชอบคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว  เพราะจะทำให้การตัดสินใจผิดพลาดได้  ประมาณ 10 ปีที่แล้วมีคนจาก Brisbane มาชวนเธอไปเปิดร้านที่นั่น  แล้วก็พูดจาชื่นชมหว่านล้อมต่างๆนาๆ  เธอก็หลงคิดว่าตัวเองเก่ง  ไปเปิดร้านโดยที่ไม่ได้คิดอะไรมากแค่คิดว่าตัวเองเก่งแล้ว  เลยสูญเงินไปเยอะ  แต่ดีที่ความผิดพลาดนั้นเกิดในช่วงเริ่มต้นเลยไม่ถึงกับเสียหายมาก  แล้วเธอก็เรียนรู้จากทุกความผิดพลาด

การรู้จักตัวเองนี่สำคัญจริงๆนะครับ  ผมเองก็พยายามที่จะทำตามเรื่องนึงที่พ่อสอนด้วย คือ ฟังคนอื่นให้มากๆ  ผมว่าอยู่กับลินที่ผมก็ฟังมากอยู่นะ  เพราะยังมีอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับตัวผมที่ยังไม่ได้เล่าให้เขาฟังเลย  นั่นหมายความว่าผมฟังมากกว่าพูด  จริงไหม 555

จากนั้นผมก็ถามถึงเรื่องหนังสือของเจสว่าเขาจะพิมพ์เองหรือเขียนให้สำนักพิมพ์พิม  ลินว่าเขาจะพิมพ์เอง  ผมก็สงสัยว่ามันจะเวิร์คไหม  ลินว่าถึงไม่เวิร์คแต่ก็เป็นเรื่องที่ดีที่เขาจะได้เรียนรู้  จริงครับ  อันนี้เห็นด้วย  ผมว่าเจสสามารถออกไปอยู่เองได้  มีความคิดได้ว่าตัวเองจะทำอะไรเพื่อที่จะใช้ชีวิตต่อไปได้  เห็นได้ชัดถึงความแตกต่างของคนไทยกับฝรั่งเลยครับเรื่องนี้

เรื่องสุดท้าย คือ เพื่อนลินที่จะมาจากเมลเบิร์นที่ชื่อ ซาแมนต้านั้น  ลินรู้จักจากคลาสศิลปะ  ตอนที่เธอไปเมลเบิร์นแล้วไม่รู้จะทำอะไร  เลยไปลงเรียนจากนั้นเลยสนิทกัน  เธอจะมาพรุ่งนี้ครับ  ไม่ได้มาวัพุธ  ส่วนวันพุธนั้นจะมีคนอาเจนตินาร์มาครับ ชื่อ ซานทิเอโก้  อืมมม  ชื่อ คุ้นๆเหมือนจะเป็นชื่อเมืองนะนั่น  เห็นว่าคนอาเจนฯนั้นได้รับคำแนะนำมาจากคนฝรั่งเศสที่เคยมาพักที่นี่อีกทีนึง  ดูทีวีจบราวๆสามทุ่มก็นอนกันครับ  ผมเองก็เพลียจากเที่ยวด้วย  ดีจังอยู่ที่นี่สามทุ่มก็นอนแระ

Related posts:

Tags: , , , , , , , , ,

Category: ออสเตรเลีย, เที่ยวระบบโฮส, ไดอารี่

About the Author ()

...

Leave a Reply