บทสรุปชีวิต….เหรียญสองด้าน

| September 23, 2012 |

จะอยู่ที่ไหนถ้าใจเรามีความสุข  เราก็อยู่อย่างมีความสุขครับ   ^__^

 

นักเล่นเกมส์ทั้งหลาย  ถ้าย้อนกลับไปเมื่อราว 15 ปีก่อน  คงจะคุ้นเคยกับเกมส์ที่มีแนวที่ชื่อว่า  เกมส์ภาษา ( RPG. )  ผมไม่แน่ใจว่าเกมส์แนวนี้จะยังคงหลงเหลือตกทอดมาจนถึงปัจจุบันไหม

ที่มันได้ชื่อว่าเป็นเกมส์ภาษาก็คงจะเพราะว่าในเกมส์นั้นคุณต้องอาศัยการ คุยๆๆๆ และ คุย กับตัวละครต่างๆ  จนกว่าจะเจอคนที่ใช่จึงจะผ่านไปยังด่านต่อๆไปได้  บางครั้งคุยกับคนทั้งหมู่บ้าน  คุยแล้วคุยอีกก็ยังไม่เจอคนที่ใช่ซักที  เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า  มันเป็นภาษาญี่ปุ่นน่ะซิ  ซึ่งเด็กสมัยนั้นรวมผมเข้าไปด้วยอีกคน  ก็ยังบ้านเล่นทั้งๆที่ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเขาคุยอะไรกัน

เมื่อมีการติดขัดไม่รู้ว่าจะต้องไปคุยกับใครที่หมู่บ้านไหน  สุดท้ายเด็กไทยในสมัยนั้นจึงต้องพึ่งสิ่งที่เรียกว่า…..บทสรุป

บทสรุป ของเกมส์ภาษา( ญี่ปุ่น )  จะบอกอย่างละเอียดว่าเราจะต้องทำอย่างไรบ้าง  ต้องไปคุยกับใคร  เดินไปที่ไหน  หรือใส่รหัสอะไร  จึงจะสามารถผ่านไปในด่านต่อๆไปจนกระทั่งไปพบกับหัวหน้าใหญ่ได้

เมื่อเอามาเปรียบกับชีวิตคนแล้ว  ผมคิดว่าชีวิตคนก็ไม่ต่างจากเกมส์นักซักเท่าไรเลย  มีทั้งช่วงที่เป็นเกมส์แอ็คชั่น ที่ต้องตัดสินใจอาศัยการกระทำในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ  เกมส์ภาษา ที่ต้องติดต่อพูดคุยกับผู้คนและหาข้อมูลเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น  เกมส์จีบสาว อันนี้คงเพื่อความบันเทิงเริงใจ ฯลฯ

แต่บทสรุปของชีวิตจริงนั้นต่างจากเกมส์ตรงที่ว่า  บทสรุปของเกมส์นั้นจะบอกให้เราทำตามตั้งแต่ต้นจนจบ  แต่บทสรุปของชีวิตจริงนั้นมักจะได้จากการกระทำจนจบแล้วจึงจะได้มาซึ่ง บทสรุป

การที่ผมได้มาเล่นเกมส์ชีวิตที่ ออสเตรเลีย ในครั้งนี้  ผมได้ บทสรุปที่ว่า….เหรียญทุกเหรียญมีสองด้านเสมอ

เหรียญไทย  เหรียญฝรั่ง   เหรียญแขก  เหรียญจีน  เหรียญแอฟริกา  ทุกทุกเหรียญทำไมจึงต้องออกแบบมาให้มีสองด้านที่แตกต่างกันด้วยหนอ  เพราะเหตุใด

ถ้าจับเด็กที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ให้เข้ามาในห้องที่มีเหรียญของทุกชาติให้เลือก  จากเด็กร้อยคน  มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าเด็กคงจะเลือกเหรียญขึ้นมาไม่ซ้ำกันทั้งร้อยเหรียญเป็นแน่แท้  คนนึงอาจจะเลือกรูปพญาอินทรีที่ดูยิ่งใหญ่  อีกคนอาจจะชอบรูปสิงโต  คนต่อไปอาจจะเลือกจากสีที่ชอบ  หรือคนสุดท้ายอาจจะชอบจำนวนตัวเลขบนเหรียญที่ดูเป็นจำนวนที่มากที่สุดแต่หารู้ไม่ว่าพอตีราคาออกมาแล้วอาจจะด้อยค่ากว่าเหรียญอื่นๆ

ฉันใดก็ฉันนั้นเมื่อเอาเหรียญของออสเตรเลีย มา เทียบกับเหรียญไทย  การจะให้บอกว่าเหรียญใดมีมูลค่ามากกว่ากันนั้นคงจะเป็นไปไม่ได้สำหรับผม

สำหรับเหรียญของไทยนั้น  ด้านนึงก็มีบุคคลที่ควรค่าแก่การเคารพสักการะ  มีญาติพี่น้องเพื่อนฝูงที่มีเหตุการณ์ที่ต้องจดจำร่วมกันมายาวนาน  มีสถานที่ที่สวยงามสำหรับการท่องเที่ยวและประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน  พร้อมทั้งราคาสินค้าและบริการที่มีความคุ้มค่าสมกับราคาที่หาจากที่อื่นใดในโลกนี้ไม่ได้อีกแล้ว  ส่วนอีกด้านก็ยังเป็นมะเร็งคอรัปชั่นที่ยังรักษากันไม่หาย  การใช้ทรัพยากรกันอย่างสุรุ่ยสุร่าย ซึ่งทำลายทั้ง ดิน น้ำ ป่า และอากาศ

ในขณะที่เหรียญของออสเตรเลียเองนั้น  ด้านนึงของเหรียญก็มี  ระบบที่ดีซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ก็ให้ความเคารพกัน  มีธรรมชาติที่สวยงามกว้างใหญ่ไพศาลและหลากหลายตั้งแต่ทะเลทรายจนถึงหิมะ  มีผู้คนและวัฒนธรรมจากหลากเชื้อชาติหลายภาษาพร้อมทั้งเรื่องราวที่จะให้เรียนรู้อีกมากมาย  ส่วนอีกด้าน ก็เป็นประเทศที่ค่าครองชีพสูงติดอันดับโลก  มีสังคมที่มีความเป็นอิสระของปัจเจกบุคคลสูงจนการหย่าร้างเป็นเรื่องปกติที่พบได้ในชีวิตประจำวัน  และ เมื่อวัยรุ่นที่คึกคะนองได้ข้ามพ้นไปสู่วัยชราแล้วก็ถูกเปลี่ยนที่อยู่อาศัยจากสถานดัดสันดานเยาวชนไปเป็นบ้านพักคนชรา

เมื่อได้เห็นความเป็นไปของเหรียญในด้านต่างๆแล้ว  ตอนนี้อุดมคติของการใช้ชีวิตของผมจึงปรับเปลี่ยนไปเป็นการใช้ไทยเป็นฐานที่ตั้งในการอยู่อาศัย  โดยมีอิสระในการใช้ชีวิตตามสไตล์ฝรั่ง  แล้วก็ใช้เวลาท่องไปเพื่อได้เห็นและเรียนรู้เหรียญของประเทศต่างๆ ทั่วโลก

และเมื่อมีใครมาถามผมว่า  ผมชอบอยู่เมืองนอก หรือ อยู่เมืองไทยมากกว่ากัน  ครั้งแรกที่ผมได้ยินคำถามนี้ก็ต้องอึ้งนิ่งคิดไปสักพักนึงเพราะคำตอบในหัวยังคงว่างเปล่า  แล้วก็มีความคิดนึงโผล่ขึ้นมา  คือ….

ความสุขที่แท้จริงของชีวิตเรานั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งของรอบตัว  หรือผู้คนที่มาล้อมรอบกายเสมอไป  หากแต่เกิดขึ้นจากทัศนคติวิธีคิดและมุมมองของจิตที่เราต้องการให้สิ่งต่างๆเหล่านั้นเป็นไปต่างหาก

ฉะนั้นแล้ว  จะอยู่ที่ไหนในโลกก็ล้วนมีความสุขได้ไม่ต่างกันครับ

Related posts:

Tags: , , , , , , ,

Category: ออสเตรเลีย, ไดอารี่ [เปลือย...ซิดนีย์]

About the Author ()

...

Leave a Reply