30 วัยรอบโลก

| August 7, 2012 |

30 วัยรอบโลก

 

 

 

 

 

 

 

           

       ผมเคยฝันเอาไว้ว่าอยากจะเที่ยวรอบโลกให้ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย  ที่มาที่จุดประกายความฝันนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ผมได้เดินทางออกนอกประเทศครั้งแรก จากเมืองไทยไปแคนาดากับโครงการแลกเปลี่ยนเชิงวัฒนธรรมที่คงจะใช้คำว่าวัฒนธรรมเป็นเพียงแค่การบังหน้า เพราะแท้ที่จริงแล้วเป็นการค้าล้วนๆ (เพราะแม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ก้อนแรกในชีวิตของผมให้กับโครงการ)

            สิ่งที่ได้เห็นได้รับรู้ในขณะนั้น คือ มันยังมีโลกใบใหม่ที่เรายังไม่เคยรู้จักอยู่เช่นนี้ด้วยหรือ  ทุกอย่างแตกต่างออกไปหมด  ถนนหนทาง , วิวของธรรมชาติ , อาหารการกิน , สภาพอากาศ รวมไปถึงวิธีการแก้ปัญหาของโฮสแฟมิลี่เพื่อทำให้เท้าอบอุ่นในคืนที่หนาวเหน็บ ทุกสิ่งทุกอย่างต่างเป็นการเรียนรู้ที่สนุกและน่าสนใจไปหมดโดยที่ไม่มีผนังสี่เหลี่ยมของห้องเรียนเป็นตัวขวางกั้น ( พร้อมกับครูที่น่าเบื่อที่สุดในโลกพยายามจะยัดเยียดความรู้ที่ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไรใส่หัวเด็ก )

                มันเป็นเหมือนความฝันในวัยที่เด็กกว่าของเด็กอายุ 16 คนหนึ่งในขณะนั้นเป็นจริงขึ้นมา  ฝันที่จะได้ออกไปผจญภัยสู่โลกกว้างถึงแม้ว่าเรือโจรสลัดในขณะนั้นจะไม่มีอยู่จริงแล้วก็ตาม  แต่การได้นั่งรถเมล์ด้วยตั๋วเดือนไปมั่วๆจนสุดสถานีแล้วค่อยนั่งกลับมาทางเดิม( ไม่หลงแน่นอน ) หรือ การลองไปออกเดทกับสาวแคนาดา  ก็ได้ทำให้อะดรีนาลีนในตัวของเด็กคนนั้นพุ่งพล่านออกมาได้ไม่น้อย

                หลังจากที่กลับมาจากแคนาดาในครั้งนั้น  ผมกลายเป็นคนที่เสพติดการท่องเที่ยวไปแล้ว  ถึงแม้ว่าจะไม่มีโอกาสออกไปเที่ยวเอง  อย่างน้อยก็ยังดีที่มีเคเบิลทีวีซึ่งที่บ้านเพิ่งติดในขณะนั้นเป็นตัวช่วย  ทำให้สามารถตื่นเต้นผ่านหน้าจอทีวีกับรายการท่องเที่ยวรอบโลกอย่าง Lonely Planet ได้ (ปัจจุบันรายการนี้หายไปแล้ว รู้สึกจะเปลี่ยนชื่อเป็น Global Trekker)

            และนี่อาจจะเป็นที่มาของการรักการท่องเที่ยวสไตล์ผจญภัยแบบลุยๆของผม  ซึ่งแน่นอนว่าผมต่อต้านการท่องเที่ยวแบบชะโงกทัวร์มาตั้งแต่ก่อนที่จะเริ่มต้นได้เที่ยวเสียอีก( คงจะเพราะอิทธิพลของรายการทีวี ) และก็แน่นอนว่าการจะเที่ยวตามสไตล์ที่ผมต้องการนั้นจะต้องทำในช่วงที่ยังคงมีกำลังวังชา  ฉะนั้นแล้วผมจึงมีปัญหามากมายให้ต้องขบคิดตั้งแต่อายุประมาณ 16 ปีเลยทีเดียว

ปัญหาหนักหลักใหญ่ข้อแรก….ที่มนุษย์ทุกคนที่คิดจะเที่ยวรอบโลกต้องเจอ

                คือ จะเอาเงินจากไหนมาเที่ยวฟระ???  พอดีที่บ้านก็ถือว่าเป็นบ้านที่มีฐานะพอสมควร แต่เป็นฐานะที่อยู่ในขั้นปานกลางจนถึงยากจน  เงินจากบรรทัดด้านบนที่แม่จ่ายให้ไปต่างประเทศก็เป็นเงินจากยายที่ร่ำรวยตะหาก  ฉะนั้นแล้วถ้าแก้ปัญหาข้อนี้ไม่ได้ผมก็เกิดมาผิดยุคผิดสมัยที่จะคิดท่องเที่ยวรอบโลกเสียแล้วล่ะ

ปัญหาหนักข้อต่อมา…..

            คือ แล้วตูจะทำอะไรเพื่อให้ได้เงินไปเที่ยว  ใช่แล้วครับผมขบคิด วิเคราะห์ และหาข้อมูลเชิงลึก พยายามอ่านตำรามากมาย  จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่าถ้าอยากจะมีเงินเยอะๆ และมีเวลาที่จะใช้เงินไปกับการท่องเที่ยวแล้วล่ะก็  ผมจะต้องเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ 

                ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  ผมก็หมั่นอ่านหนังสือพัฒนาตนเอง  รวมทั้งข้อคิดและประวัติของผู้ที่ประสบความสำเร็จ  ทั้งหมดแท้จริงแล้วผมทำไปเพราะต้องการให้ความฝันในการเที่ยวรอบโลกของผมได้เป็นความจริงขึ้นมาก็เท่านั้น  สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้มาบ้างจากการอ่านในขณะนั้นก็คือ  เราจะต้องตั้งความฝันให้ไกลไว้ก่อน  ส่วนมันจะไปถึงหรือไม่ ไม่ต้องไปสนใจมันนักซักเท่าไร เพราะอย่างน้อยมันก็ยังได้พาเราออกไปไกลกว่าการตั้งความฝันใกล้ๆอยู่ดี

                ช่วงนั้นผมจึงพยายามจะบังคับตัวเองให้ฝันว่า  ผมได้ออกท่องเที่ยวไปรอบโลกในขณะที่มีอายุอยู่ที่ประมาณ 20 ปี  ฟังดูแล้วเท่ห์ดีไหมครับ  ถ้าทำได้คงเป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่ทำเช่นนั้นได้โดยที่พ่อแม่ไม่ได้ให้ช้อนเงินช้อนทองคาบออกมาจากปากมดลูกเป็นแน่แท้  แน่นอนครับว่าผมเก็บเป้าหมายนี้เอาไว้กับตัวเพียงคนเดียวในใจ  เพราะหากไปบอกใครมันคงต้องว่าเราบ้าแน่ๆ

                และก็แน่นอนอีกครับว่าเอาเข้าจริงแล้วฝันนี้ก็ไม่สำเร็จ  เพียงแต่อย่างที่ว่า  ถ้าเราตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะไปดาวอังคารแต่ไปไม่ถึง  อย่างน้อยเราก็ยังมีโอกาสที่จะเดินทางไปถึงดวงจันทร์ล่ะว้า….ถึงแม้ผมจะไม่ได้เที่ยวรอบโลกในช่วงวัย 20 ต้นๆ  แต่ผมก็ประสบความสำเร็จในการเก็บเงินด้วยตัวเองและได้เดินทางออกไปสู่โลกภายนอกเองเป็นครั้งแรกเมื่ออายุ 23 โดยการเดินทางไปประเทศใกล้ๆอย่างฮ่องกงก่อน (จริงๆแล้วจ่ายเงินให้น้องสาวไปเที่ยวฟรีเป็นเพื่อนด้วย )

                ปัจจุบันเวลาในการแสวงหาหนทางและคำตอบของคำถามได้ผ่านมา 10 กว่าปีแล้ว ผมคิดว่าเป้าหมายนี้อีกไม่นานคงจะสำเร็จเพียงแต่ต้องปรับตัวเลขอายุจาก 20 ปี เป็น 30 ปี  อุปสรรคกับการเรียนรู้ที่ผ่านมาได้ให้อะไรหลายๆอย่างที่ผมอาจจะไม่ได้รับหากเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย  ต้องขอขอบคุณแม่ที่ปลูกฝังให้รักภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็กจึงทำให้ภาษาไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการท่องเที่ยวของผม  ขอบคุณพ่อที่ใช้แรงงานของผมหนักกว่าเด็กทั่วไปในระดับเดียวกันทำให้ผมเที่ยวได้อย่างทรหดอดทนไปเปรียบเทียบกับพวกฝรั่งถึกๆได้

                คำตอบหลักในการเที่ยวรอบโลกของผมได้เปิดขึ้นเมื่อผมได้พบเจอกับระบบที่ยังไม่มีคนไทยผู้ใดเอามาเปิดเผยอย่างเป็นทางการอย่างจริงจัง  ผมจึงขอเป็นผู้ตั้งชื่อของมันเองว่าระบบโฮสท้องถิ่น  ซึ่งระบบนี้สามารถทำให้ความฝันในการเดินทางรอบโลกของผมเป็นจริงขึ้นมาได้ในขณะที่อายุยังน้อย  ในขณะที่นักเดินทางฝรั่งรู้จักระบบนี้มากว่า 10 ปีแล้ว  แต่ยังมีคนไทยเพียงหยิบมือเท่านั้นที่รู้จักและยิ่งเหลือเพียงหยิบขี้เล็บเท่านั้นที่ได้เคยมีประสบการณ์ในการลองท่องเที่ยวผ่านระบบนี้ 

ผมได้ตั้งเป้าหมายในการท่องเที่ยวรอบโลกรอบใหม่ของผมในชื่อเก๋ๆว่า 30 วัยรอบโลก ( 30 เป็นวัยที่เหมาะสมในการเดินทางเที่ยวรอบโลกสำหรับผมมากที่สุด ) ซึ่งผมได้ลองท่องเที่ยวระบบนี้มาแล้ว ที่ประเทศ ออสเตรเลีย ( 2 เดือนครึ่ง ) , มาเลเซีย ( 1 อาทิตย์ ) , ไต้หวัน ( 1 เดือน ) และ นิวซีแลนด์ ( 3 เดือน ) และจะยังคงท่องไปเรื่อยๆตราบเท่าที่โอกาสของเงินในกระเป๋าจะเอื้ออำนวย ( ใครที่อยากจะช่วยสามารถไปอุดหนุนหนังสือของผม คือ  เปลือยซิดนีย์ , ใครๆก็ไปเที่ยวนิวซีแลนด์ และเป็นเพื่อนทาง Facebook ได้ที่  www.facebook.com/ztepbook)

                ผมรักและศรัทธาในระบบนี้ด้วยใจจริง  ถ้าเปรียบเป็นผู้หญิงผมก็มั่นใจว่าจะตามจีบคนๆนี้ไปจนกว่าจะได้แต่งงานเลยทีเดียว  ผมจึงมั่นใจว่าผมสามารถที่จะนำประสบการณ์ทั้งสิ่งที่ดีและร้ายจากการได้ไปลองท่องเที่ยวผ่านระบบโฮสท้องถิ่นมาเล่าให้ผู้อ่านทั้งหลายได้ติดตามกันและหวังว่าในอนาคตจะมีคนที่ชอบการท่องเที่ยวสไตล์เดียวกันนี้เหมือนกับผมมากขึ้นเรื่อยๆ  (คลิกเพื่อดูวีดีโอ)

Related posts:

Tags: , , , , , , , ,

Category: เที่ยวระบบโฮส

About the Author ()

...

Leave a Reply