ภาค 2 ของ Auckland

| August 14, 2012 |

     หลังจากอยู่อาศัยกับ ซู ได้ประมาณ 1 อาทิตย์ เมื่อเทศกาล รักบี้รักบ้า ได้จบลงไปแล้ว  เมือง ออคแลนด์ ก็กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง  ที่พักในเมืองราคาลดลงมาสองถึงสามเท่าตามปกติ 

ณ จุดๆหนึ่งบนถนนบริเวณเมือง รักแลนด์

 

somewhere only we know….

     ผมเองยังติดใจไม่ได้เที่ยวเมืองหลวง  ครั้งนี้จึงจะได้เที่ยวสมใจซะทีกับโฮสรายใหม่ที่รออยู่  เธอมีนามว่า คาเรน ที่อยู่อาศัยในแถบ Glen eden  ซึ่งบ้านของ คาเรน นั้นเปิดเป็น โฮมเสตย์ให้นักเรียนต่างชาติเข้ามาพักอาศัย  โดยหน้าที่หลักของผมในครั้งนี้ คือ การรับผิดชอบอาหารเย็นในทุกมื้อสำหรับทุกคนซึ่งรวมแล้วมีอยู่ทั้งหมด 6 ชีวิต  แล้วก็มีงานเล็กๆน้อยๆอื่นๆให้ทำ  เรียกว่าสบายใจมากเลยครับงานนี้  แถมทำเลของบ้านก็สะดวกสบายมีทั้งรถเมล์และรถไฟวิ่งผ่าน  จึงได้เที่ยวแทบจะทุกวันที่อยากจะออกไปเที่ยว

   ครั้งนี้ขอพาไปเที่ยวรอบๆตัวเมือง ออคแลนด์ ครับ

รถเมล์บ้านเขาก็คล้ายๆกับบ้านเรา

       วิธีการเข้าไปเที่ยวในเมืองที่ดีที่สุด คือ ขนส่งสาธารณะครับ  เพราะถ้าขับรถไปก็กลัวว่าจะหลง  แถมที่จอดรถที่ประเทศนี้ก็ราคาแพงหมาศาลอีกด้วย  ดังนั้นให้คนอื่นขับพาเราเข้าไปเที่ยวดีกว่าเป็นไหนๆครับ  ระวังนิดนึงว่า  ตั๋วโดยสารถ้าซื้อเที่ยวเดียว 5.6NZ$ แต่ถ้าซื้อไปกลับตก 10NZ$ 

เข้ามาถึงตัวเมืองแล้ว สังเกตุได้จากเงาสะท้อนของเจ้า Sky tower

Sky tower ตึกที่สูงที่สุดในเมือง ออคแลนด์ สามารถขึ้นไปชมวิวจากยอดตึกได้ เสียดายที่ผมยึดนโยบายเที่ยวฟรีไม่เสียเงิน และวันนี้อากาศก็ไม่ค่อยแจ่มใสเสียด้วยดูแล้วไม่น่าจะคุ้มกับราคา 28NZ$ที่จะต้องแลกมา จึงขอจ้องมองแค่ด้านล่างก็เพียงพอแล้ว

 

สถานี Britomart

    ขอเสียข้อหนึ่่งของเมือง ออคแลนด์ ที่หนังสือ Lonely planet กล่าวไว้  และผมได้มาพิสูจน์แล้วพบว่า จริงคือ ระบบการขนส่งที่นี่ไม่ค่อยจะเชื่อมโยงกัน  แถมราคาแพงอีกต่างหาก  ถ้าเทียบกับที่ซิดนีย์เราสามารถหาซื้อตั๋วโดยสารได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป  แต่ที่ ออคแลนด์นี่จะต้องมาซื้อที่สถานีขนส่งหลักที่นี่เท่านั้น คือที่ Britomart  ใครวางแผนเที่ยวรอบตัวเมืองที่นี่โดยระบบขนส่งสาธารณะก็โปรดมาซื้อตั๋วจากที่นี่ก่อนนะครับ

ตั๋ววัน เสียไปอีก 15NZ$ สามารถใช้ รถเมล์(ส่วนใหญ่)+เรือเฟอร์รี่+รถไฟ

เอาให้คุ้มเริ่มจากนั่งเรือเฟอร์รี่ ซึ่งท่าเรืออยู่ติดกับสถานี เดินไปประมาณ 200 เมตร มีเส้นทางประมาณ 4 เส้นทาง ผมเลือกเส้นที่เรือวิ่งลอด Habour bridge

เรือออกจากท่าสามารถถ่ายรูปวิวของเมืองได้

Habour bridge ของที่นี่ เล็กกว่าที่ซิดนีย์ประมาณสองเท่า

อีกมุมของ Habour bridge

  จบทริปของเฟอร์รี่แล้ว  คราวนี้ลองไปใช้รถเมล์บ้างดีกว่า  สถานที่ที่น่าสนใจพอจะให้ไปเยี่ยมได้โดยเส้นทางรถเมล์ก็คือ Auckland Museum  ไปกันเลย

 

     ใครจะไปที่นี่ต้องลงจากป้ายรถเมล์ที่ถ้ามาเองครั้งแรกอาจจะหลง  ต้องสังเกตุหรือไม่ก็ไปขอให้คนขับช่วยบอก  อย่าว่าแต่คนไทยเลยฝรั่งพวกนี้ก็งงเหมือนกัน  นอกจากผมแล้วก็มีฝรั่งอีกประมาณ 5 คน ที่นั่งรถเมล์เพื่อไปเที่ยวที่นี่  โดยที่คนขับรถเป็นคนบอกว่าถึงป้ายที่ควรจะลงแล้ว  แล้วผมก็เดินๆตามเขาไป

 

  ฝรั่งเศสสามคนกำลังเดินขึ้นไป ณ จุดหมายเดียวกัน  ตึกใหญ่ๆและสนามหญ้าเขียวๆยาวๆนี่แหละครับ คือ พิพิธภัณฑ์ ออคแลนด์

 

อากาศสดใสได้ใจเลยทีเดียว

 

    ป้ายโฆษณาที่ได้ใจผมไปเต็มๆ I am curious I am Auckland Museum ผมสงสัย…ผมคือ Auckland Museum + รูปเด็กน้อย  ว่าแต่ว่าสงสัยว่าเมื่อไหร่เด็กน้อยของบางประเทศแถบเอเชียจะมีพิพิธภัณฑ์ที่ ชวนให้สงสัยมากกว่าพิพิธภัณฑ์ที่น่าเบื่อบ้างหนอ

 

หัวใจของผู้ใหญ่ถึงกับต้องสลายเมื่อได้มาเจอป้ายนี้….ผู้ใหญ่ต้องจ่าย 10NZ$(ไม่เข้าก็ได้ฟระ)

 

ว่าแล้วก็เดินเที่ยวข้างนอกไปแล้วกัน

 

โชคดีที่ท้องฟ้าสดใส

 

มุมกว้างของพิพิธภัณฑ์

 

 

นั่นแน่!!!! ไม่อยากเสียค่าเข้าเหมือนกันล่ะสิ ถึงมายืนอยู่แบบนี้ ^__^

 

รถชะโงกทัวร์ก็มี แถมเข้ามาจอดให้ถึงที่อีก แต่ทั้งหมดนี้ต้องแลกมาด้วยเงิน 40NZ$

 

ไปขึ้นรถไฟเที่ยวมั่งดีกว่า

 

       จากป้าย Britomart เราจะไปเที่ยวกันที่ MT.Eden  สังเกตุได้ว่าแค่สามป้ายเท่านั้น  ส่วนที่อยู่ผมอยู่ถัดจาก MT.Eden ไปอีก 8 ป้ายรถไฟ    และแล้วก็ได้ประสบพบว่า  ถ้าจะไปเที่ยวที่ MT.Eden อย่าได้ริขึ้นรถไฟเชียวเพราะต้องเดินต่อไปอีกทั้งไกลทั้งชัน  ทางที่ดีที่สุด คือ ขึ้นรถเมล์  แต่เพราะผมดันนั่งรถเมล์หลงกลับเข้าไปในตัวเมืองจึงตัดสินใจขึ้นรถไฟมาที่นี่….สรุปเพราะโง่เอง

 

ไกลๆนั่นเกาะแรงกิโตโตะ

      และแล้วหลังจากที่เดินจากสถานีรถไฟมาประมาณ 45 นาที  ผ่านเนินชันเกือบ 45 องศามาเราก็จะได้ภาพวิวที่แลกมากับความเหนื่อยเช่นนี้  เกาะตรงนั้นคือเกาะภูเขาไฟที่ดับไปแล้ว

Rangitoto island  ซึ่งใครอยากจะไปเที่ยวก็มีทัวร์ไว้ให้บริการจากในตัวเมืองเช่นกัน

 

ส่วนยอดเขาที่เห็นเสาเด่นๆนั่นคือ One three hill

 

และนี่ คือ วิว ของตัวเมืองจากยอดเขา MT.Eden

 

 

    ปล่องภูเขาไฟที่ดับไปแล้วมีหญ้าขึ้นเขียวขจี  ที่นี่แหละ คือ MT.Eden  ยอดเขาที่สูงที่สุดในเมือง ออคแลนด์ถ้าย้อนเวลากลับไปได้  ผมจะทิ้งสองสถานที่แรกไปแล้วมาพักผ่อนให้ชุ่มฉ่ำบนยอดเขาแห่งนี้

 

  หมดเวลาสนุกแล้วสิ หมดเวลาสนุกแล้วสิเสียงเทเลทับบี้ประกาศกร้าวในหัว  ได้เวลาลงจากเขากลับเข้าบ้านไปทำอาหารให้กับโฮสแล้วลาก่อนนะ  Mt. Eden   บายยยยยยยย

 

 

Related posts:

Tags: , , , , , , , , ,

Category: นิวซีแลนด์, เที่ยวระบบโฮส

About the Author ()

...

Leave a Reply