บันทึกการเดินทาง3-Aus.

| September 26, 2012 |

Sun , 12 Sept 2010      รวมญาติ

ตื่นเช้าแม้ว่าอยากจะตื่นสายอีกเช่นเคย  วันนี้ ลิน จะพาผมไปกินอาหารเช้ากับ ญาติๆของเขาครับ  คือ จะมีผม ลิน บรูซ(แฟนลิน)  มิเชล(น้องสาวลิน)  เจส(ลูกชายลิน)  แล้วก็ นาธาน (หลานลิน ลูกของ Steven ที่เป็นตำรวจ)

โดยที่เมื่อวานลินไม่ได้อยู่บ้านแต่ไปค้างบ้านบรูซ  แล้วนัดว่าจะมารับผมตอนเช้า  ให้ทำตัวให้พร้อม 15 นาทีก่อน 9 โมงเช้า  ไม่ต้องห่วงครับพร้อมเสมอ  ยิ่งเรื่องจะไปกินนี่ยิ่งต้องพร้อม 555  และแล้ว ลิน ก็รีบเร่งมาสายนิดนึง  อ้อ  ลืมเล่าว่าพวกฝรั่งเศสนั้นนอนค้างอยู่ในรถรอที่จะเจอลิน  ผมเองก็ไม่ได้ถามมากว่าจะเจอเพื่อทำอะไร  แต่เหมือนลินจะแค่ทักทายแล้วก็รีบออกไปเลยเพราะสายแล้ว

ไปถึงในเมืองจอดรถในที่ที่ผมเคยเดินผ่านแล้ว  แปลกดีที่นี่จอดรถส่วนใหญ่จะต้องเสียค่าที่จอดตลอดเลย  ไม่ว่าเมืองของเขาจะบ้านนอกนิดๆและมีประชากรแค่ 20,000 คนก็ตามเถอะ

แล้วในที่สุดก็ได้เจอกับนายนาธานที่ลินโฆษณาซะยกใหญ่ว่าเป็นหลายชายจอมเฮี้ยว  เขามากะแฟนสาว  น่ารักดี  นาธานระเบิดหูสองข้าง  แล้วก็ใส่สร้อยคอและข้อมือที่น่าจะเป็นเงินแบบที่พวกฮิพฮอพชอบใส่กัน  ก็ดูเท่ห์ดีนะครับ  ตัดผมเกรียน  มีเค้าโครง Steven เหมือนกัน  แต่เขาหุ่นดีบึ๊กๆหน่อย  แต่พอได้คุยแล้วผมรู้สึกว่าเขาก็ไม่ได้เฮี้ยวเท่าไร  ออกจะเรียบร้อยไปซะด้วยซ้ำ  หิหิ  แอบภูมิใจอีกแล้วว่าผมสูงกว่าเขา  555

คนอื่นก็เหมือนๆเดิม  บรูซแปลกดีตอนเดินไม่ใส่รองเท้าด้วย  ผมว่าคนออสเตรเลียนั้นไสตล์ของเขาง่ายๆสบายๆดี  ผมชอบนะแบบนี้  ไม่มีพิธีรีตองมาก  ที่ที่เรามากิน คือ Airlie beach hotel  น้ำแอปเปิ้ลที่นี่อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยกินมาเลย  เมนูที่ผมสั่งก็คือเมนูที่ลินแนะนำว่าดี  พอทุกคนได้อาหารกันปรากฏว่าของผมใหญ่ที่สุดครับ 555

เราคุยกันหนึ่งในนั้น คือ คนอเมริกันกินอาหารใหญ่กว่าออสเตรเลียมาก แถมราคายังถูกกว่า  บรูซเล่าว่าตอนไปอเมริกากับลินเขาตะลึงกับอาหารที่ได้ที่ปริมาณมากกว่าที่นี่ประมาณสองเท่า  เท่าที่ผมสังเกตุก็จริงนะครับ  แล้วพวกนี้ก็กินอาหารกันไม่เท่าไรเลย  ยิ่งลินนี่กินอย่างฉลาดมาก  ทุกมื้อจะมีผักเสมอ  แล้วก็ผักหลากหลาย

กินกันเสร็จอิ่มมาก  ผมก็ขออยู่ในเมืองต่อ  เพราะจะไปซื้อบัตรเติมเงิน  แล้วก็กะจะไปติดต่อทัวร์ไปเที่ยวด้วย  วันนี้อากาศดีมากเลยครับ  แดดจ้าเหลือเกิน  จากที่กินอาหารผมก็เดินไปกับ เจส และนาธาน  ไปถึงร้าน Beackworkx ร้านขายเสื้อผ้าต่างๆของลิน  ลองเข้าไปดู  ใหญ่มากกกกกครับ  แล้วของก็จัดได้อย่างดูดีเลยทีเดียว  ทึ่งครับ

ผมเดินผ่านๆไม่ได้ดูอะไรละเอียดจากหลังร้านไปออกหน้าร้าน  แล้วก็แยกจากพวกนั้นโดยไม่ลาเลยครับ  เพราะท่าทางเขาก็ไม่ได้สนใจผมเท่าไรนัก  อ้อ  ลืมบอกว่า เจส ลูกชายของลินนั้นเขาจะเขียนหนังสือ  จำชื่อเรื่องไม่ได้แล้ว  เพราะเป็นอะไรที่แปลกๆ  เขามีปัญหาทางสมองแต่ผมว่าก็ใช้ได้เลยทีเดียวนะ  เพราะอายุ 21 แล้วก็สามารถดูแลตัวเองได้พอสมควร  ไม่ได้ติงต๊องอะไรมาก  แต่ผมว่าหนังสือเขาคงลำบากหน่อย  เขาจะพิมพ์ขายเองน่ะครับ  จากนั้นผมก็เดินขึ้นเนินที่จำได้ว่าสวย

จุดชมวิวและจุดจอดเรือยอร์ชที่จะพาเราไป White Heaven Beach

 

เห็นตอนที่ลินขับรถผ่าน  ทางขึ้นชันดีครับแต่ก็คุ้มกับวิวที่ได้เห็นครับ  น้ำทะเลออกสีฟ้าอ่อนๆเป็นทางยาวมากเรือยอร์ชจอดกันเรียงราย  แล้วก็มีเขาล้อมรอบทั้งสองข้าง  เป็นวิวที่น่าจดจำเลยทีเดียว

จากจุดสูงสุดที่มีป้าย Welcome to Airlie beach แล้ว  ผมก็เดินไปตามตรองซอกซอยที่เห็นว่าเป็นทางของวิวที่สวยงามไปเรื่อยๆครับ  ลงมาจนถึงทางเลียบหาด  ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ  เห็นหลายๆคนมาเป็นคู่ก็รู้สึกอิจฉาอยู่บ้าง  คิดถึงตอนที่ไปเที่ยวกับแซลลี่ครับ  คิดถึงเวลาช่วงนั้นจังเลย  ถ้าเธอมาด้วยคงจะดี

มาถึงแล้วพร้อมป้ายยืนยัน

 

ลงจากเนินเป็นวิวน้ำทะเลฟ้าใส

เดินไปเรื่อยๆผ่านร้านทัวร์ก็เข้าไปถามบ้าง  ที่น่าสนใจที่อยากจะไปก็มีทัวร์แบบพักบนเรือ  แต่อันนี้น่าจะเหมาะกับคนที่มาเป็นคู่มากกว่า 555  แล้วก็ทริปนั่งเครื่องบิน  หรือ Skydive หรือ พาราชู้ต  ผมสนเครื่องบินมากที่สุดครับ  เพราะสามารถเอากล้องขึ้นไปถ่ายรูปได้  แต่ทุกโบรชัวร์ที่สนใจผมไม่ซื้อกับทัวร์แถวนี้หรอก  หิหิ  เก็บข้อมูลไว้แล้วไปซื้อกับเพื่อนของลิน  คือ Peter+Carolyn ดีกว่าครับ  เพราะเขาไม่คิดค่าคอมฯกับผม 555

 

ภาพตัวเมืองของ Airlie Beach

ถามเขาว่าจะซื้อบัตรเติมเงินที่ไหนดี  เขาแนะนำให้ไปมินิมาร์ท  เดินไปเรื่อยๆก็ถึงมินิมาร์ทที่อยู่หัวมุมถนน  มีทั้งบัตรเติมเงินของ Optus & Lebara ขาย  โหะๆไม่คิดว่าจะมีอันหลังนะเนี่ย  เหอะๆ  ผมคิดว่าที่นี่บ้านนอกเกินไปหรือเปล่าเนี่ย  ซื้อเสร็จออกมานั่งดูโบรชัวร์ที่เก็บมาว่าจะเอายังไงดี  อาทิตย์นี้โชคดีอากาศดีทั้งอาทิตย์เลยทีเดียว  แต่วันอังคารมีนัดไปดูจิงโจ้กับ มิเชล และ เด็กๆที่สวนของเธอแล้ว  เลยต้องตัดวันอังคารออกไป  ผมว่าวันจันทร์คือพรุ่งนี้น่าจะไปทัวร์เครื่องบิน  หรือไม่ก็ทัวร์นั่งเรือที่ไป Whiteheaven beach และพาไปดำน้ำตื้นด้วย

ร้านรวงพร้อมทัวร์มากมายบนถนนสายนี้

 

คิดเสร็จก็กระหายน้ำ  เลยกลับไปที่มินิมาร์ทที่เดิมซื้อน้ำมะนาว Solo ที่ซื้อประจำใน coles ที่ราคาเคยเกิน 1.7$  บางช่วง 1$  ซะด้วยซ้ำไป  คิดว่าที่นี่อย่างแย่ก็คงไม่เกิน 3$ ล่ะมั้งครับ……พอไปจ่ายเงิน  3.9$ ซะงั้น  โอ้ววววว  โหดเจงๆ  จำไว้เลย  กลับบ้านจะไปฟ้องลิน 555  แพงสัดดดด  เดินไปซดไปด้วยความช้ำ

ไปแวะอีกที่ คือ Backpacker by the bay ร้านเพื่อนลิน  เจอกับ นิค  ลูกชายของสองคนที่กล่าวมา  ท่าทางเขาดูห่ามๆดี  แต่ก็คุยเป็นกันเอง  เขาเคยไปเที่ยวไทยด้วย  ค่อนข้างชอบ  ตอนนี้ผมได้ทำหน้าที่ฑูตวัฒนธรรมอีกแล้ว   ใช้คำคำนี้เพราะตอนเด็กๆโดนฝังใส่หัวบ่อย  555  คือ ผมจะชวนทุกคนที่ผมรู้สึกดีด้วยให้มาเที่ยวเมืองไทย  ไม่ว่านาธาน ซึ่งผมได้ฉีกกระดาษจดเมลให้ไปด้วย  มิเชล  ลิน  แล้วก็นิค

นิคแนะนำให้ไปกับ Mantaray  ไม่ต้องไปกับ Reefjet ของเจ้าจอห์น  ส่วนผมนั้นคิดว่านิคนั้นไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจึงมีความน่าเชื่อถือมากกว่า  จริงๆเขาแนะนำให้ไปอีกอันนึง  แต่ดูเรือมันเล็กไปหน่อย  เขาคงแนะนำเพราะมันถูกแล้วคิดว่าผมคงไม่มีตังเท่าไรมั้ง 555  แล้วก็อีกวันให้ไปทริป Just dive  ซึ่งเป็นทริปดำน้ำลึกอย่างเดียว  ซึ่งรวมๆสองทริปที่ไม่มีค่าคอมก็ตกประมาณ 260$ ครับ  อืมมมม  ไม่เลวทีเดียว  ประหยัดไปได้ราว 40$  เยี่ยมยอด  ลินนี่เครือข่ายไม่ธรรมดา  555

ส่วนทริปเครื่องบินนั้นตัดไปได้เลยเพราะต้องไปอย่างน้อยสองคน  อืมมม  ลืมมองข้อมูลตรงนั้นไปเลย  นิคก็ถามผมว่าเที่ยวคนเดียวหรอ  อืมมม  ใช่  แฟนกลับประเทศไปแล้วน่ะ  555  ติ้ต่างเอาว่า แซลลี่เป็นแฟนผม 555

นิคจองให้โดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินใดๆเลยทั้งสิ้น  โหะๆ  เยี่ยม  โดยจะต้องมาถึงที่เดิมที่นี่เวลา 7.35  ไม่มีปัญหาครับ  เพราะพรุ่งนี้วันจันทร์  ลินออกมาทำงานตั้งแต่เช้าอยู่แล้ว  ให้เขามาส่งให้ได้ไม่ต้องห่วง  ในที่สุดก็ได้เวลากลับบ้านซะที  ผมก็เดินครับ  เป็นการออกกำลังกายที่ดีมาก  เพราะอยู่นี่ก็ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าไร  ดีที่ลินกินไม่มากแล้วก็อาหารที่กินก็มีผักเยอะ

เป็นการเดินขึ้นทางที่ชันที่สุดเท่าที่เคยเดินมาเลยทีเดียว  แต่ครั้งนี้ไม่กลัวครับเพราะไม่หลง 555  กลับมาถึงบ้านถึงแม้จะเหงื่อโทรมหน่อยแต่ก็เหนื่อยน้อยกว่าครั้งที่แล้ว  ลินกับบรูซนั่งอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน  บรูซท่าทางสบายๆเช่นเดิม  นั่งถอดเสื้อโชว์พุงเห็นแล้วคิดถึงพ่อ  แม้ว่าพ่อจะไม่อ้วนเท่าไรแล้วก็ตามเถอะ เหอะๆ

อาบน้ำเสร็จก็มานั่งเขียนบันทึก  โหลดรูปจากกล้องลงคอมฯ  แล้วเอารูปไปโชว์ ลินกับบรูซ  รูปงานของเขา  แล้วก็รูปที่เมืองไทย  ดีครับ  บรูซดูแทบจะทุกรูปแล้ว  แล้วเวลาสามโมงครึ่งผมก็ทำกับข้าวกับลิน  วันนี้เราทำอาหารโมรอคโค กัน  เป็นเนื้อแกะใส่เครื่องเทศแล้วอบในหม้อแปลกๆที่มีชื่อว่า ทาร์จีน  เป็นหม้อที่เหมือนกับเป็นเครื่องประดับมากกว่า  ฐานเป็นฐานกว้างๆทรงกลมเหมือนหม้อทั่วไป  แต่ฝาปิดนี่สิที่ดูมีศิลปะยังกะของแต่งบ้านแน่ะ  คือฝาปิดด้านล่างจะกว้างรับกับฐานหม้อแล้วก็ค่อยๆเรียวเข้าเหมือนกรวยท่ใช้กรองน่ะ

 

ทาร์จีน อุปกรณ์ทำอาหารจากโมร็อคโค

ผมบอกลินว่าปกติผมไม่ชอบเนื้อแกะ  เคยไปกินร้านเลบานิส  มันสาบสมคำร่ำลือจริงๆด้วย  เป็นเนื้อที่ถ้าเลือกได้ก็จะไม่เลือก  แต่ผมว่าอาหารที่ลินทำน่าจะออกมาดีกว่าไอ้ร้านเลบานิสร้านนั้นเป็นแน่แท้  เพราะใช้เครื่องเทศหลายชนิดมากเลย  แล้วก็มี แครอท  หัวมัน  หอมใหญ่  อินทผาลัม  ลูกเกด  และผลไม้อาหรับอีกอันนึงจำชื่อไม่ได้  แล้วก็เครื่องเทศประมาณ 5 อย่าง  ใส่น้ำผึ้งเกลือแล้วก็เมเปิ้ลไซรัปด้วย   ทำเสร็จออกมา  ผมรู้สึกว่าหวานครับ  แต่ลินเขาชอบหวาน  แต่ทุกคนก็ต้องใส่เกลือเพิ่ม

เนื้อแกะที่ได้จากทาร์จีน

 

ลินว่ารู้สึกว่าใส่เครื่องเทศน้อยไป  ผมคิดในใจว่าเห็นด้วยครับ  แต่ก็ออกมาใช้ได้นะครับเพราะเนื้อแกะไม่คาว  ก็กินเกลี้ยงครับเพียงแต่ต้องใส่เกลือเพิ่มแค่นั้นแหละ  รู้สึกว่าอยู่ที่นี่ได้ลองอะไรแปลกๆหลายอย่าง  อย่างไอ้เทรามัตสุของหวานอิตาเลียนวันก่อนก็อร่อยดีเลยทีเดียว

วันนี้ก็เพิ่งเคยเห็นอาหารโมรอคโค  แถมได้ลองทำอีก  อืมมมม  ดีจังเลย  ช่วงนี้ท่าทางลินจะชอบผมครับ  เขาเลยให้กินไวน์ด้วย  ไวน์ที่กินทุกมื้อเป็นไวน์ขาวตลอดเลยครับ  ไม่ได้ดูยี่ห้อ  แต่น่าจะดีนะครับ  ดูจากที่เขามีทั้งตู้แช่และที่เก็บไวน์ท่าทางเหมือนจะไฮโซ  แต่ขอบอกว่า ลิน นั้น  เนื่องจากเป็นนักธุรกิจ  เขาจะซื้อของอย่างฉลาดมากนะผมว่า

อย่างเนื้อเขาก็จะซื้อเนื้อที่ลดราคาของพวก Coles  เป็นเนื้อที่ดีนะครับเพียงแต่ใกล้หมดอายุประมาณนั้น  พวกเครื่องปรุงพวกแยมก็เช่นกัน  ไม่ได้ซื้อของแพง  ซึ่งผมว่าของถูกกับแพงก็ไม่ได้ต่างกันมาก  แล้วอันนึงที่ผมเพิ่งได้ไอเดียจากเขา คือ  ขนมปัง  เขาแช่ช่องฟรีซเลยครับ  คือ  ปกติลินจะอยู่ตัวคนเดียว  แล้วเขาก็กินไม่มากเท่าไร  ขนมปังถ้าไม่แช่แข็งคงหมดอายุไปหลายรอบก่อนที่จะได้กิน

ผมลองเอาไปปิ้งดูก็ใช้ได้เลยทีเดียว  อืมมม  วิธีนี้จะใช้ตาม  แม้บ้านเขาจะไฮโซมาก  แต่เครื่องดูดฝุ่นก็ธรรมดามาก  ถ้าเอาเงินออสฯตีเป็นเงินไทยเลย  ราคาที่เขาซื้อมานั้นไม่เกิน 3,000 แน่ๆ    บางครั้งของที่ซื้อก็ไม่ถึงกับจำเป็นมากที่จะต้องซื้อแพงเสมอไป

กินกันเสร็จเราก็มานั่งดูข่าวด้วยกัน  ดีจังไม่ได้ทำอะไรแบบนี้ตั้งแต่มาถึงที่นี่เลยข่าวที่นี่เป็นข่าว Local ก่อน  แล้วก็เป็นข่าวของรัฐ Queensland  จากนั้นก็เป็นข่าวระดับประเทศ   แล้วข่าวเขาก็ทำดูน่าสนใจด้วย  ข่าวระดับท้องถิ่นของเรานั้นทำออกมาแล้วดูน่าเบื่อ  ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไร  ทั้งเนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอ  ช่วงเบรคก็มีโฆษณาของท้องถิ่น  ส่วนใหญ่จะเป็นจากเมือง Mckay ซึ่งเป็นเมืองที่นาธานไปทำงานอยู่

ลินบอกว่าเป็นเมืองใหญ่เพราะมีเหมือง แล้วก็ มีฟาร์มปศุสัตว์ และ ไร่อ้อย  ช่วงพักเราก็คุยกันหลายเรื่องตั้งแต่เรื่องนักกีฬาจนถึงเรื่องการเมือง  สนุกดีได้ความรู้ด้วย  นี่แหละสิ่งที่ผมเฝ้าหาว่ามาออสเตรเลียแล้วจะได้อะไรแบบนี้  สุดท้ายผ่านไปเก้าเดือนก็ได้ซักทีเนาะ

ผมเล่าให้ลินฟังด้วยว่าช่วงที่ผมได้ย้ายบ้านไปบ้านหลังสุดท้าย คือ บ้านเจส  ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ผมโชคดีมากเรื่องนึงตั้งแต่มาถึงที่นี่เลยทีเดียว  เพราะได้เจอคนดีๆ  ได้ฝึกภาษา  แถมค่าเช่ายังลดและได้ห้องใหญ่ขึ้นอีก ^__^  ตอนนี้ได้มาเจอลินก็ถือว่าโชคดีมากอีกเช่นกันครับ  เท่าที่ดู  ลิน จะชอบคนดีมีความรับผิดชอบ  ผมเองก็น่าจะเข้าข่ายนั้น 555

ดูข่าวเสร็จ บรูซขอไปนอนก่อนเพราะพรุ่งนี้เขาต้องออกแต่เช้าไปทำงาน  ส่วนผมก็นั่งดู Master chef รุ่นเยาว์กับลินต่อ  ผมว่าเด็กที่นี่เก่งเลยทีเดียว  ดูจากหลานสองคนของลินที่อายุ 11 และ 13 ที่ดูมีประสบการณ์ได้ลองทำอะไรมากกว่าเด็กไทยทั่วไป  ที่อายุช่วงนั้นยังคงเอาแต่ร้องไห้ หรือ ดูการ์ตูนกินขนมไร้ประโยชน์กันอยู่  ผมว่าเพราะที่นี่เขาสอนให้ช่วยตัวเองและให้เด็กทำกิจกรรมกันมาก

เอาง่ายๆว่าเด็กบ้านเราในช่วงอายุ 16-20 มีกี่คนที่ได้ทำงานพิเศษกันจริงๆจังๆ  แต่ที่นี่นั้นได้ทำกันหมดแล้ว   ส่วนนึงก็เพราะสังคมด้วย  สังคมเราเน้นให้เด็กเรียนแต่ทฤษฎีอย่างเดียว  แต่ไม่เน้นให้เรียนรู้  เรื่องนี้แย่มาก  ถ้าเราสามารถทำให้มันควบคู่กันได้  ประเทศคงพัฒนาไปอีกไกล

Master Chef kids สนุกดีครับ  ดูกันจบเราก็แยกย้ายกันไปนอน  ผมลองโทรหาทั้งแม่และแซลลี่ไม่มีใครับทั้งคู่  และเนื่องจากเมาไวน์แล้วเลยไม่พยายามโทรต่อเท่าไร  นอนดีกว่าครับ

Related posts:

Tags: , , , , , , , , , ,

Category: ออสเตรเลีย, เที่ยวระบบโฮส, ไดอารี่

About the Author ()

...

Leave a Reply