ทัวร์เกาหลีแบบไม่ตั้งใจ2

| October 1, 2012 |

หลังจากหลุดมาจากด่านได้แล้ว  ขอบอกว่าไม่ต้องวิ่งนะครับเพราะบ้านนี้เมืองนี้ก็เหมือนประเทศที่เจริญทั่วๆไป คือ ไม่ค่อยมีตำรวจเดินเพ่นพ่านให้เห็นเท่าไร  แต่จะมีกล้องคอยจับทุกความเคลื่อนไหวแทน

และเป็นที่แน่นอนว่าครั้งนี้ผมมากับทัวร์  ก็ต้องเที่ยวในสไตล์การไปกับทัวร์  คือเมื่อลงเครื่องปุ๊ปเราก็จะเที่ยวปั๊บเลย  และนี้คือสาเหตุให้ทัวร์ส่วนใหญ่มักจะเดินทางให้มาถึงในตอนเช้า  และวันสุดท้ายก็มักจะกลับในตอนเย็นๆ  จึงทำให้ผมหมดข้อสงสัยไปได้ว่า ทำไมมันจึงเป็น 5 วัน 3 คืน  ไม่ใช่ 4 คืนตาม common sense ของเรา

ขบวนคณะของเราเริ่มขยับตัวโดยไม่มีปัญหาคนชอบทำตัวเฉื่อยชาอยู่ในคณะ  โดยแยกเป็นรถบัส 2 คัน  ผมอยู่คันที่ 2 ซึ่งโชคดีมากที่ได้ไกด์ โคตรเก๋าผู้มาเที่ยวเมืองไทย 29 ครั้ง  โดยครั้งที่อยู่ไทยนานที่สุดคือ 4 เดือน  ผู้ซึ่งสนใจเมืองไทยจากการฟังเพลงไทย  และเริ่มเรียนภาษาไทยตอนอายุ 29 ปี  ปัจจุบันอายุ 40 กว่าๆ  แต่ด้วยฤทธิ์ของเครื่องสำอางค์เกาหลีทำให้ผมทายอายุผิดไปกว่า 10 ปี  ผู้ซึ่งมานามว่า จอนนี่(เขาให้เรียกสั้นๆว่า จอห์น) นั่นเอง

รถเคลื่อนขบวนไปจอดจุดแรกไม่ไกลจากสนามบิน  และก็ได้ลงมาฟาดอาหารเช้ากันที่นี่

อาหารมื้อแรกของเรา คือ อุด้ง ที่ให้ความรู้สึกว่าได้กินแต่แป้งล้วนๆ สังเกตุดูไม่มีหมูแม้แต่ชิ้นเดียว^__^

 

และแน่นอนที่ขาดไม่ได้ ก็คือ……กิมจิ!!!! (อาหารที่ผมเกลียดที่สุด)

 

คณะพวกเราบุกยึดพื้นที่นี้ไว้แล้ว

สิ่งที่ผมสังเกตุเห็นจากการลงมากินอาหารของคณะทัวร์ในแต่ละครั้ง คือ  ระบบการจัดการที่ดีของบ้านเมืองนี้  ซึ่งเขาจะจัดที่นั่งเป็นส่วนๆ  โดยไม่ให้พวกเราเลือกกันแบบสะเปะสะปะ  ซึ่งทำให้การเสียเวลามีน้อยมาก  แต่ขอบอกว่าที่นั่งส่วนใหญ่จะจำกัดจำเขี่ยมาก  สาเหตุหลักๆคงเพราะประเทศนี้มีพื้นที่น้อย  และราคาก็สูงจึงต้องบริหารให้ได้ประโยชน์สูงสุด

แสงแดดยามเช้าต้อนรับเราอย่างอบอุ่น และบอกเป็นนัยว่าเที่ยวเกาหลีให้สนุกนะค้าาา

เสร็จจากทานอาหารเช้าพวกเราก็เดินทางกันต่อ  ไปยังสถานที่ชมวิวที่แรก  คือ ไร่โพรวองซ์   เย่!!!!  จะได้เที่ยวแล้ว

 

สิ่งบ่งบอกความเจริญอย่างแรก พลังงานสะอาด

 

เจอแล้วทางด่วนเกาหลี

 

คล้ายบ้านเราไหม

 

เอ๊ะเสื้อส้มนั่น พนักงานทางด่วนหรือเปล่า อย่าบอกนะว่าใช้คนเก็บค่าผ่านทางเหมือนบ้านเรา

 

เกร็ดความรู้จากคุณจอห์น  คือ  ทางด่วนภายในตัวเมืองนั้นจะไม่เก็บค่าผ่านทางหากมีคนนั่งกันมาในจำนวนที่กำหนด (ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ 3 หรือ 4 คนนี่แหละ )  ซึ่งการออกกฏเช่นนี้จะช่วยให้คนใช้รถกันน้อยลง  ซึ่งตอนต่อๆไปผมจะพยายามขุดข้อมูลที่น่าสนใจที่ได้ยินได้ฟังมาเล่ากันต่อนะครับ

 

 

Related posts:

Tags: , , , ,

Category: เอเชีย

About the Author ()

...

Leave a Reply