พักฟรีกินฟรี นิวซีแลนด์ (4)

| August 1, 2012 |

ขอเรียนตามตรงในเบื้องต้นว่า ทริปนี้ของผมนั้นมันนานถึงสามเดือน เนื่องจากผมเที่ยวกับระบบพักฟรีกินฟรีทำงานแลกเป็นหลัก ค่าใช้จ่ายจึงประหยัดไปได้มาก แล้วผมก็พยายามจะเขียนบันทึกแทบจะทุกวัน ดังนั้นถ้าจะอัพหมดบางคนคงจะเบื่อ ฉะนั้นแล้วผมขอข้ามช็อตไปหาสถานที่ท่องเที่ยวกันเลยดีกว่านะครับ เผื่อบางคนจะเริ่มเบื่อแล้ว

เหตุการณ์ที่ข้ามไป

  • เนื่องจากช่วงที่ผมมาถึง เขาจัดงานแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกขึ้นพอดี และรอบชิงก็อยู่ที่ Auckland ขอเตือนคนที่เพิ่งเคยมาประเทศนี้เป็นครั้งแรกว่าให้ระวังหน้าเทศกาลเช่นนี้ ราคาที่พักนั้นขึ้นไปถึงสามเท่า มีเพื่อนๆฝรั่งผมหลายคนต้องออกจาก Auckland ไปหาที่อยู่ใหม่ ในช่วงเวลานี้
  • การอยู่อาศัยกับ ทริเซีย แม้ว่าแทบจะไม่ได้ออกไปไหนเลย แต่ก็เหมาะในการเตรียมตัวสำหรับการเดินทางระยะยาว เพราะผมได้ติดรถคู่แฟนที่มาเที่ยวแบบผมไปเปิดบัญชีธนาคาร แล้วก็ได้หารถมือสองทางอินเตอร์เน็ต สุดท้ายแล้วโชคดีมาก ได้รถแสนรักมาในราคาที่ต่ำกว่า Ipad+Iphone แถมสุดท้ายตอนขายไปยังได้กำไรเสียอีก

โชคดีที่ตอนอยู่เมืองไทยไม่ได้ซื้อ Ipad หรือ Iphone จึงสามารถเอาเงินส่วนนั้นมาซื้อรถมือสองถูกๆ
ที่คุณภาพคับราคา คือเจ้า nissan Bluebird 1995 ARX รถญี่ปุ่นที่เดินทางข้ามเกาะมาไกลถึงนี่

พยายามจะเกาะกระแส แพลงกิ้ง กับเขาบ้าง แต่กลัวรถจะพังจึงทำได้ไม่สำเร็จจึงทำได้แค่ พลั้งกิ้ง(แพลงกิ้งครึ่งท่อน)

คนขายเป็นนายตำรวจจราจร เดินทางมาจากประเทศอินเดีย ทำเอาเราสงสัยในใจว่าควรจะตีแขกก่อนตีงูไหม
สุดท้ายแล้วแขกคนนี้ คือ หนึ่งในล้าน ตอนขับรถกลับไปส่งเขาเขายังชวนเข้าไปกินน้ำ+ขนม แถมขายรถให้ไปแล้วยังส่งข้อความมาเนืองๆถามถึงสารทุกสุขดิบด้วย

  • สุดท้ายผมได้ลาจากจากโฮสรายแรก เราลาจากกันด้วยดี เพราะต่างฝ่ายต่างได้สิ่งที่ต้องการ การผจญภัยครั้งใหม่เพื่อไปอยู่อาศัยกับโฮสรายต่อไปได้เริ่มขึ้นแล้ว

17/10/2011 จะพาตูไปไหนเนี่ย

ในที่สุดการอาศัยอยู่กับโฮสรายแรกในประเทศนี้ก็กำลังจะจบลงในไม่นานนี้ เมื่อวานผมสามารถสร้างฉากซึ้งในหนังของผมได้ คือ ผมให้ของขวัญแก่ ทริเซีย เป็นกระเป๋าถูกๆและพวงกุญแจแผนที่ประเทศไทยที่มีสีธงชาติเพนท์อยู่ เล่นเอาจอห์นบอกว่าเขาซึ้งมากและเปลี่ยนความรู้สึกของผมต่อโฮสรายนี้ไปด้วย เช่นกัน
คู่แฟนเยอรมันคู่ที่สองที่มาอยู่อาศัยกับโฮสรายนี้ สาวคนนี้อายุ 19 และก็คือคนที่ใส่บิกินี่มาร่วมอ่างกับผม คิดแล้วเสียใจแทนคนไทยที่มีโอกาสน้อยที่จะได้มาเที่ยวนานๆ ในขณะที่พวกยุโรปที่เพิ่งจบมัธยมต่างตบเท้าเข้ามาเที่ยว+ทำงาน ด้วยวีซ่า work and Holiday(ลองหาอ่านได้นะครับ ผมเขียนไว้ในเปลือยซิดนีย์) ขณะที่พี่ไทยขอค่อนข้างจะยากใช้เวลาเตรียมการหลายเดือน แต่พวกฝรั่งใช้อินเตอร์เน็ตขอแค่ห้านาทีก็ได้แล้ว

วันนี้ผมจึงถูกขอให้อยู่ต่อเพื่อช่วยงาน อะไรกันเนี่ยยย นึกว่าจะได้ชิวๆบ้าง แต่ก็เต็มใจครับเพราะงานที่เขาขอให้ช่วยนั้นคืองานไปทำอาหารต้อนรับแขก งานจะหนักแค่ไหนผมไม่เกี่ยงขอให้ได้เป็นการทำอาหารแค่นี้ก็พอใจแล้วครับ

นอกจากบ้านหลังใหญ่ที่พวกเราอยู่อาศัยแล้ว ทริเซียก็มีบ้านอีกหลังที่เปิดเป็น B&B ให้นักท่องเที่ยวมาอาศัยอยู่ ที่นี่แหละที่ผมมาช่วยเขาทำอาหาร

แถมภาพทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ยังไม่บานให้อีกภาพ มันจะบานประมาณช่วงเข้าหน้าร้อนประมาณปลาย พย.

ผมนัดกับโฮสรายต่อไปที่เมือง Raglan โดยผมจะขับรถเก่าปี 1995 ที่ซื้อมาใหม่เอี่ยมเป็นครั้งแรก ระยะทางประมาณ 200 km. ผมอาศัย Google map เป็นตัวช่วยนำทางซึ่งมีข้อแนะนำให้เลี้ยวซ้ายขวาหรือฝ่าวงเวียนไปรวมแล้ว 24 ข้อ เวลาที่คำนวณให้ในการเดินทาง คือ สองชั่วโมงครึ่ง นัดกันเวลาประมาณบ่านสามโมง กว่าจะได้ออกจากบ้านก็เกือบจะบ่ายโมงเข้าไปแล้ว

จอห์นช่วยออกมาส่งพร้อมทั้งให้คำแนะนำเรื่องรถยนต์เป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นก็เหลือแต่ผมตัวคนเดียวกับรถของตัวเองอีกหนึ่งคัน ขับไปก็ยกแผ่นกระดาษ 24 ข้อมาดูเป็นระยะๆ บางข้อจอห์นขีดฆ่าทิ้งไปเพราะเขาบอกว่ามันเป็นเส้นทางเก่า อ้าวววว ยังไงเนี่ย

จอห์นบอกว่าเมื่อขึ้น State highway ได้แล้วก็ให้ขับไปทางเส้นทาง Hamilton โลดเลย เพราะเมือง รักแลนด์ที่ผมจะไปนั้นมันต้องผ่านเมือง Halmilton ก่อน ระหว่างที่ขับไปตาผมก็เหลียวไปมองเข็มไมล์และเข็มน้ำมันตลอดทางเลย จริงๆมันไม่ต้องเป๊ะขนาดนั้นก็ได้ เข้าใจว่าคงเป็นความตื่นเต้นของคนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องรถเองครั้งแรกใน ต่างประเทศจึงมีพฤติกรรมเช่นนี้ คือกลัวจะโดนเสียค่าปรับ และ กลัวว่ารถจะพังนั่นเอง

เกน้ำมันลดไปหนึ่งขีดลงไปเหลือที่อีกประมาณสองขีดก็จะหมดถัง ผมเริ่มกังวลเพราะว่าระหว่างทางที่ขับมามันเป็นสายไฮเวย์จึงไม่เห็นปั๊ม น้ำมันเลยระหว่างทาง และแล้วก็เหมือนสวรรค์โปรด ผมเจอจุดบริการพักรถเหมือนเช่นบ้านเรา จึงรีบเลี้ยวเข้าไปแวะใช้บริการในทันที

อุปสรรคแรกที่เจอ คือ ถังน้ำมันเปิดไม่ได้ ซึ่งปั๊มน้ำมันของประเทศนี้นั้นเป็นระบบให้บริการตัวเอง ผมก็เดินไปเดินมาระหว่างถังน้ำมันกับด้านหน้าคนขับพยายามกดๆดึงๆปุ่มเปิดถัง น้ำมันแล้วเดินกลับไปดู จนในที่สุดพระเจ้าคงจะเห็นใจจึงส่งเด็กปั๊มคนนึงมาช่วย ก็บอกเขาไปตรงๆว่าเราโง่ เพิ่งซื้อรถมาเปิดฝาน้ำมันไม่ได้

เด็กปั๊มรายนี้เหมือนจะมาโปรดผม เพราะเขาบอกว่าเขาเพิ่งย้ายมาจากสิงคโปร์ ที่นั่นมีเด็กปั๊มไว้คอยช่วยบริการเช่นกัน เมื่อเขาลองดูแล้วก็พบว่าปุ่มเปิดถังของผมอาจจะมีปัญหาจึงเปิดไม่ได้ต้อง แงะ จากนั้นจึงช่วยบอกวิธีเติมว่าต้องรูดบัตรก่อนเพราะปั๊มที่นี่ไม่มีบริการ เงินสด อ้า เข้าทาง จะได้ลองบัตรที่ไปทำมาพอดี…สรุปว่าใช้การได้ ตอนที่รูดเราต้องใส่จำนวนเงินที่จะเติมเข้าไปด้วย ผมเลือก 70NZ$ แต่เติมจริงๆได้แค่ 63NZ$ ไม่ต้องตกใจไปนะครับ เพราะว่ามันเต็มถังแล้ว เดาเอาว่ามันคงจะคิดเงินเราแค่นั้น เอ หรือว่ามันคิดเต็ม 70$ ก็ไม่รู้เหมือนกัน

กลัวจะเบื่อกันเสียก่อน จึงเอาภาพเมือง Ragland มาให้ดู ที่นี่เป็นสวรรค์ของนัก surf เป็นเมืองที่มีหนังมาถ่ายทำเรื่องราวเกี่ยวกับการ surf ด้วย เสียดายไม่ได้ถ่ายภาพเส้นทางพันโค้งที่ผ่านมาเก็บไว้

จากนั้นจึงขับต่อไปป้ายบอกว่า Hamilton อีก 95km. ไม่ไกลเท่าไรแล้ว การขับรถที่นี่ง่ายมาก ขอให้ขับให้อยู่ในเลนของตัวเองเป็นพอใช้ได้และความเร็วอย่าให้เกิน 100km/h ในทางหลวง ส่วนทางย่อยเร็วที่สุดก็ 80km/h แต่ถ้าต้องขับช้ากว่านั้นจะมีป้ายบอกเป็นระยะๆ

ผมก็ขับตรงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปสะดุดตาเข้ากับป้ายถนน Glen murray road ให้เลี้ยวขวาเข้าเท่านั้นแหละ ผมจึงได้เข้าสู่เส้นทางหฤหรรษ์กว่าพันโค้ง ผมเข้าใจว่าไอ้ Google map มันคงจะเลือกเส้นทางที่ใกล้ที่สุดให้ แต่มันไม่ได้คิดถึงความเร็วที่จะไปถึงให้ด้วย เพราะเส้นทางนี้นั้นลดเลี้ยวเคี้ยวคดเป็นอย่างมาก หลายๆครั้งที่ป้ายจำกัดความเร็วเหลืออยู่เพียง 45km/h เท่านั้น แต่สิ่งดีๆที่ได้จากเส้นทางนี้ คือ วิวสวยๆที่เป็นเนินสีเขียวๆ เสียดายที่ผมไม่สามารถหยิบกล้องวีดีโอขึ้นถ่ายได้ และเสียดายที่ผมต้องรีบเพราะตอนนี้เวลาก็เกือบจะสี่โมงแล้ว

สุดท้ายสรุปว่าถึงบ้านโฮสได้อย่างเรียบร้อยปลอดภัยดี บ้านโฮสหลังนี้หาง่ายมากแถมอยู่ติดถนนใหญ่อีกด้วย ขณะขับรถผมเห็นตัวบ้านก็รู้แล้วเพราะเหมือนกับรูปที่เขาโพสต์ไว้ทางเน็ต เป๊ะๆเลย

บ้านของซูอยู่บนเขา

เปิดบ้านต้อนรับอย่างเป็นทางจากของโฮสรายใหม่ของเรา เอ้ยยย ไม่ใช่!!! นี่คือเจ้าโฮลี่ สุนัขแสนน่ารักที่ซูได้มาฟรีๆจากเว็บ trademe วึ่งเป็นเว็บที่คนที่นี่ใช้ซื้อขายของแทบจะทุกอย่าง ซึ่งเจ้านกน้อยสีน้ำเงินรถของผมก็ได้มาผ่านเว็บนี้เช่นกัน

สถานที่ทำงานของผมซึ่งก็คือครัวของ ซู นั่นเอง โชคดีของผม และเป็นโชคร้าย ของ ซู ที่เธอขาเจ็บจากการเล่นเน็ตบอล เธอจึงยอมหักเวลาการทำอาหารของผมวันละชั่วโมงในการทำงานแลกที่พักและอาหาร วันละ 4 ชั่วโมง

วันนี้ไม่ต้องไปไหนแล้ว นั่งดูวิวจากจุดนี้ก็พอ

ซู เป็นโฮสชื่อดังอีกราย เพราะแค่ภาพวิวจากบ้านเธอก็ทำให้คนที่เที่ยวระบบเดียวกับผมพากันหลั่งไหล สมัครเข้ามา ผมโชคดีและจังหวะดีมากที่ได้ ซู เป็นโฮส

และนี่คือวิวจากระเบียงบ้านของเธอ

ซูม ซู้ม ซูม

บ้านของซู เป็นชัยภูมิที่เหมาะสมแก่การท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ไม่จำเป็นต้องมีรถก็สามารถเดินเที่ยวรอบๆได้ ซึ่งมีเส้นทางเดินป่าให้เดินได้มากมายหลากหลายเส้นทางเลย เดี๋ยวครั้งต่อๆไปจะเอามาให้ดูนะครับ

สำหรับผู้ใหญ่ที่ยังมีความเป็นเด็กอยู่ในตัวสามารถมากระโดดมั่วๆได้ที่ หลังบ้าน แต่สำหรับใครที่จะสมัครมาพักกับ ซู นั้น ขอบอกว่าไม่ได้ง่ายเลย จังหวะที่ผมเข้ามาเธอต้องการคนช่วยพอดีเพราะเธอขาเจ็บ เธอหยุดโฮสก่อนหน้านี้ไปซักพักแล้ว เธอบอกว่าเธอตัดสินใจเลือกผมเพราะดูจากประวัติรีวิวที่ผ่านมาของผมที่โฮสห ลายๆรายพูดถึงฝีมือการทำอาหาร และเรื่องภาษาก็สำคัญเช่นกัน เธอพิจารณาจากอีเมลที่เขียนไปหาเธอด้วย

Related posts:

Tags:

Category: นิวซีแลนด์, เที่ยวระบบโฮส

About the Author ()

...

Leave a Reply