Night Life in Sydney

| August 9, 2012 |

            ซิดนีย์ เมืองที่เปรียบเสมือนเมืองหลวงที่แท้จริงของประเทศออสเตรเลีย  หากวัดจากจำนวนประชากร ความเจริญ และสภาพของแสงสีเสียง  อย่างไรก็แล้วแต่  ถ้าจะเทียบซิดนีย์กับกรุงเทพฯในช่วงกลางวันแล้ว  ซิดนีย์ยังเป็นรองอยู่หลายขุม  ทั้งนี้ผมวิเคราะห์ว่าเนื่องจากกฏหมายผังเมืองของเขาที่การจะก่อสร้างอาคารหรือแม้แต่จะเปิดร้านอาหารผับบาร์ต่างก็ต้องผ่าน

ด่านกฏหมายที่เข้มข้นและจริงจังพอสมควร  สิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาในราคาของที่พักอาศัยที่แพงติดอยู่ในอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียว  ข้อดีของมัน คือ ทำให้คนที่เคยอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯรู้สึกว่าเมืองใหญ่แห่งนี้มีบรรยากาศสบายๆไม่แออัดเปรียบเสมือนเมืองนี้หลับอย่างไม่ยอมตื่น…..ในช่วงกลางวัน!!!

            ใช่แล้วครับ….ซิดนีย์ คือเมืองที่เอาแต่หลับในช่วงกลางวัน  จนกระทั่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปประมาณ 4-5 ชั่วโมง  ความครื้นเครงของเมืองก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเมามันส์ ( โดยเฉพาะวันศุกร์ และ เสาร์ )

                ท้องถนนจะคลาคร่ำไปด้วยผู้คนที่โดยส่วนใหญ่จะแต่งกายเรียบร้อยถูกระเบียบ  เหมือนกับจะแห่ไปสมัครงานที่ไหน  ในขณะที่มีบางคนก็แต่งตัวออกแนวประหลาด ( ครั้งหนึ่งสายตาผมเหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งใส่กางเกงเปิดก้น ( แทบอยากจะเอาน้ำยาล้างตามาล้างสัก 10 รอบ ให้ภาพที่เคยเห็นมันพร่าหายไป )

                อันที่จริงแล้วคนพวกนี้เขากำลังไปเที่ยว ไนท์คลับกัน ( สถานที่ที่เปิดเพลงให้เต้นส่วน บาร์=สถานที่ที่นั่งกินเหล้าเฉยๆไม่เน้นเต้น ) อย่างกับว่าพรุ่งนี้โลกจะแตกเดี๋ยวจะอดแดกเหล้ากันพอดี  แล้วมีหรือที่ผมจะยอมพลาดไปเก็บข้อมูลมาให้ได้รู้กัน

ซิดนีย์ยามตื่นในค่ำคืนที่มีผู้คนมากมายออกมาเที่ยวหาความสำราญกัน

 

ซิดนีย์ยามนอนหลับในรุ่งสางทิ้งกองขยะมากมายไว้ให้เจ้าหน้าที่มาจัดการ

   จุดไฟใส่เท้า ( เพลงโคตรเก่าน่าจะของ เจ เจตริน )

                สำหรับผู้ที่รักเสียงเพลงและการขยับร่างกายในยามค่ำคืน  คลับ(ฝรั่งใช้ศัพท์นี้)  ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของคนไทยและคนเอเชีย( รวมพวกอินเดียดำเข้าไปด้วย ) คือ 3 Monkeys , Star Bar และ Cheers  ทั้งสามคลับนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบนถนน George St. โดยสิ่งที่มีเหมือนกันที่น่าจะเป็นแรงดึงดูดที่มากที่สุดที่ทำให้ผู้คนชอบมาที่นี่ ก็คือ….ไม่ต้องเสียค่าเข้า  แต่ต้องระวังการแต่งตัวเอาไว้หน่อยเพราะถึงแม้ว่าห้องสมุดหรือสถานศึกษาของประเทศนี้จะสามารถใส่ขาสั้นรองเท้าแตะเข้าไปได้ (ไม่เคารพสถานที่ )  แต่ถ้าจะมาเที่ยวผับบาร์แล้วอย่างน้อยคุณจะต้องให้การเคารพสถานที่ด้วยการใส่ผ้าใบและกางเกงยีนส์เป็นอย่างน้อย การ์ดร่างยักษ์จึงจะยอมให้คุณเข้าไปได้ ( ผมเคยพลาดใส่ผ้าใบเก่าๆแล้วเขาไม่ยอมให้เข้ามาแล้ว ) โดยจุดเด่นของแต่ละคลับมีดังนี้

3 Monkey = มีดนตรีสดแนวร็อค  โดยรวมแล้วจะมีฝรั่งมากกว่าเอเชีย  ด้านล่างจะเป็นบาร์ให้นั่งแบบชิวๆ ส่วนด้านบนเป็นเวทีเล่นดนตรีสดคนจะแน่นขึ้นมา ปิดประมาณตีสอง

Star Bar = พื้นที่กว้างที่สุดในบรรดาสามคลับที่กล่าวมา  เอเชียและฝรั่งอย่างละครึ่ง  ดีเจอยู่ตรงกลางไม่ต่างกับ Cheers มากนัก

Cheers = คนส่วนใหญ่จะเป็นเอเชียโดยเฉพาะพวกเกาหลี  พื้นที่แคบ  เด่นที่ปิดช้าที่สุด คือ ตีห้า 

                จุดเด่นของคลับฝรั่งที่ผมชอบมาก คือ ไม่มีการบังคับให้ซื้อเหล้า  ดังนั้นถ้าเราแค่อยากจะออกมาเปิดหูเปิดตาดูคนเมาก็สามารถเข้าไปได้โดยไม่ต้องเสียอะไรเลย  ส่วนเรื่องแปลกๆที่มีคือบางครั้งถ้าคลับมีคนแน่นมากจนเกินไป ( ส่วนมากจะเป็นผู้ชาย ) เช่นที่ Cheers นั้นมีกฏว่าจะยอมให้เข้าถ้ามีผู้หญิงพ่วงมาด้วย  การแก้ปัญหาของผมง่ายมากเมื่อฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มออกแล้วก็คือยืนรอตรงนั้นซักพักจนมีสาวที่ไม่มีคู่จะเข้าไปก็ขอเขาเป็นคู่ด้วยก็แค่นั้น  อีกเรื่อง คือ ถ้าเรามีท่าทางว่าเมาในระดับหนึ่งการ์ดที่นี่ก็จะไม่ยอมให้เข้าทั้งนี้เพราะเขารักษากฏหมายไม่เช่นนั้นแล้วจะต้องถูกปรับบานตะไท

                นอกจากคลับที่กล่าวมา 3 จุดแล้ว ยังมีคลับที่หรูขึ้นมาต้องเสียค่าเข้าอีกดังนี้

Bamboo = ค่าเข้า 20$  ถามว่าได้อะไร ก็ตอบว่าเพลงมันส์ขึ้นหน่อย + คุณภาพของหน้าตาคนที่ยอมควักเงินจ่ายก็สูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง  ส่วนผู้หญิงก็จะไม่ถูกคนอินเดียที่โคตรจะขี้ตื้อเที่ยวไล่จับก้นอย่างอีกสามคลับที่กล่าวไปแล้ว ( คนอินเดียมีรสนิยมชอบผู้หญิงขาวเหมือนคนไทย  แต่ฝรั่งกลับชอบผิวแทน )

IVY = คลับหรู  ที่ต้องใส่สูทแล้วแถมยังจะต้องมีชื่อในลิสต์อีก  ผมอยากจะลองไปมากเพราะอยากรู้ว่าข้างในเป็นเช่นไรแต่ก็ไม่เคยลอง แน่นอนว่าต้องเสียค่าเข้าอีกเช่นกัน

The Club = คลับที่ผู้ร่วมงานฝรั่งสาวบอกผมว่าเธอคิดว่าคลับนี้เจ๋งที่สุด  แต่มาบอกเอาตอนที่ผมใกล้จะกลับแล้วจึงอดไป  คลับนี้อยู่แถว King Cross

Red light district

สถานีรถไฟคิงครอส

               

            กรุงเทพฯ มีพัฒพงษ์ ฉันใด  ซิดนีย์ ก็มีย่านเช่นพัฒพงษ์ ได้ฉันนั้น ย่านที่ว่านั้นมีชื่อว่า Kings Cross สามารถมาได้ทั้งทางรถใต้ดินหรือรถเมล์ ซึ่งแน่นอนว่าผมจะต้องไปสำรวจมาแล้ว  ย่านนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของ บาร์เปลื้องผ้า , โสเภณี และยาเสพติด  แน่นอนว่าผมไม่ได้ลองทั้งสามอย่างที่กล่าวมา  แต่ว่าผมได้ไปลองสิ่งที่ไม่ได้กล่าวมาในที่นี้

 

ร้านอุปกรณ์เครื่องกีฬาของผู้ใหญ่ที่เมืองไทยไม่มีขายอย่างถูกกฏหมาย

โซ่ แส้ และกุญแจมือ มีไว้ให้ในที่นี้

 

ผีพนันไม่เข้าสิง

เครื่องพนันครบครันทันสมัย เปิด 24/7

                แล้วถ้าจะถามต่อไปอีกว่ามีที่ไหนอีกหรือไม่ที่สามารถไปเที่ยวได้ทั้งคืนทั้งวัน…..โอเค ครับ  จัดไป !!!

Star City Casino  คือ ศูนย์รวมนักพนันในซิดนีย์  ที่ที่การพนันถูกกฏหมายและลูกค้ากลุ่มใหญ่ๆก็เป็นคนเอเชีย  หนึ่งในนั้นไม่ต้องบอกใครๆก็ต้องรู้ว่าจะต้องมีคนไทยรวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน

                โชคดีที่ผมไม่เคยถูกผีพนันเข้าสิง  แต่แน่นอนว่าผมต้องเคยไปเล่นที่นี่มา  ไม่เช่นนั้นคงไม่มีรูปบัตรสมาชิกมาให้ดูเป็นแน่แท้  สิ่งที่ทำให้ผมยับยั้งชั่งใจตัวเองไว้ได้ คือ การตั้งกฏว่าถ้าเข้าไปแล้วเมื่อไรเสีย 20$ ก็จะกลับทันที  และผมสามารถรักษาสัญญานั้นเอาไว้ได้

                ในขณะที่เคยได้ยินเรื่องราวจากคนไทยหลายๆคนที่เก็บกดอัดอั้นมาว่าที่บ้านเกิดเมืองนอนไม่มีบ่อนถูกกฏหมายให้เล่นเช่นนี้  หลายคนจึงได้เอาอนาคตมาทิ้งไว้ที่นี่  ไอ้น้องรักของผมมันก็เล่าว่าเสียไปกับที่นี่เกินกว่า 3,000$ ส่วนเชฟที่เคยทำงานที่เดียวกันบอกว่า  ถ้าพี่ไม่เล่นนะป่านนี้ซื้อรถเฟอร์รารี่ได้แล้วคันนึง (รถในประเทศนี้ถูกแต่ค่าที่จอดแพง )

                สรุปแล้วการพนันไม่เคยทำให้ใครได้ดีครับ….แต่เท่าที่ผมเล่นมายังได้มากกว่าเสียนะนี่  ^__^

 

 

 

 

 

 

Related posts:

Tags: , , , , , , ,

Category: ออสเตรเลีย

About the Author ()

...

Leave a Reply