ซิดนีย์ ที่ไม่ได้มีแค่เพียงโอเปร่าเฮาส์ 2

| August 6, 2012 |

ไฮด์ปาร์ค + โบสถ์เซนต์แมรี่ ( Hyde Park & St.Mary Church )

โบสถ์เซนต์แมรี่ในยามกลางคืน

 

ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวโอเปร่าเฮ้าส์ เป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะที่ร่มรื่นมีนามว่าสวนสาธารณะไฮด์ปาร์คและโบสถ์ใหญ่ที่งดงามอลังการ คือ โบสถ์เซนต์แมรี่ (คลิกเพื่อดูภาพทั้งหมด)  ซึ่งจากท่าเรือเซอร์คูล่าสามารถเดินตามถนน Macquarie St. เดินตรงไปเรื่อยๆจะเจอทางแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนน College St. จากนั้นเดินตรงต่อไปเรื่อยๆจะเห็นโบสถ์อยู่ทางซ้ายมือ ส่วนสวนสาธารณะจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโบสถ์ ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที

ส่วนใครที่นั่งรถเมล์สาย 555 จากสถานีเซ็นทรัลไปโอเปร่าเฮ้าส์รถจะผ่านสวนสาธารณะไฮด์ปาร์คแต่จะเป็นเส้น Elizabeth St. ซึ่งจะต้องเดินข้ามไปให้ถึงเส้น College St. จึงจะได้พบกับโบสถ์ ในขณะที่เที่ยวรถจากโอเปร่าเฮ้าส์เข้าตัวเมืองรถจะวิ่งอีกเส้นทางหนึ่ง  นอกจากนี้บริเวณสวนสาธารณะยังสามารถถ่ายรูปกับยอดหอคอย Sydney Tower ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในซิดนีย์และสูงอันดับสองในประเทศออสเตรเลีย  โดยสามารถเสียเงินเพื่อขึ้นไปชมวิวบนยอดตึกได้  (คลิกเพื่อดูภาพทั้งหมด)

เฮย์มาร์เก็ต ( Hay Market ไชน่าทาวน์) + ดาลิ่งฮาร์เบอร์(Darling habour)

ตัวทางเข้า Paddy’s Market.

ตัวตลาดภายในไม่ต่างจากจตุจักรเลย ต่างเพียงแค่อากาศที่นั่นไม่ร้อนจัดเพียงเท่านั้น

 

สำหรับผู้ที่ต้องการจะซื้อของฝากเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง  จุดที่ไม่ควรจะพลาดเป็นอย่างยิ่งเลย คือ ย่านไชน่าทาวน์ โดยจะมีตลาดนัดคล้ายๆตลาดนัดจตุจักรของบ้านเรา  ถูกเรียกขานกันในนามตลาด Hay Market หรือ Paddys Market ซึ่งหาได้ไม่ยากอยู่ในใจกลางเมืองใกล้ๆกับ World Square โดยถ้าใครนั่งรถรางก็จะสามารถผ่านมาจอดที่หน้าตลาดได้เลย

ส่วนสินค้าที่น่าสนใจถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะส่งตรงมาจากเมืองจีน  แต่ก็เป็นสัญลักษณ์ที่ระลึกที่ควรค่าแก่การซื้อหานำไปฝากคนที่ห่วงใย ไม่ว่าจะเป็น ตุ๊กตา จิงโจ้ , โคอาล่า หรือวอมแบท  สัญลักษณ์อย่างโอเปร่าเฮาส์ และ ฮาเบอร์บริดจ์ รองเท้าและเสื้อขนสัตว์ ฯลฯ  รับรองว่าที่นี่จะไม่ทำให้นักช็อปผิดหวังแน่นอน

นอกจากนี้ตัวตลาดยังมีของสดพวกผักผลไม้ขายอีกด้วย  ช่วงเวลาประมาณสี่โมงเย็นจะเป็นเวลาที่แม่ค้าต่างเลหลังขายของสดในราคาพิเศษ  ถ้ามาในช่วงนี้รับรองว่าจะได้เจอคนไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้าอย่างแน่นอน

บริเวณดาลิ่งฮาเบอร์

ในขณะที่ตัวของดาลิ่งฮาเบอร์เองก็อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง  สามารถเดินจาก Paddys Market ไปตามถนน Darling Drive เส้นเดียวก็จะถึงบริเวณนี้ได้เลยโดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที  พื้นที่แถวนี้จะเป็นร้านอาหารและถนนคนเดินที่สวยงามอีกทั้งยังเป็นอู่จอดเรือยอร์ชอีกด้วย  นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางมาที่นี่ได้โดยเรือเฟอร์รี่และรถเมล์ด้วยเช่นกัน

หาดบอนได + หาดบรอนเต้ ( Bondi + Bronte Beach )

หาดบอนไดสามารถมองเห็นได้แต่ไกลๆ คนยุ่บยั่บยั่วเยี้ยยังกับมด

 

ด้านบนก่อนจะถึงตัวชายหาดจะเป็นถนนคนเดินซึ่งคึกคักพอสมควร มีของขายมากมาย แต่คนไทยอย่างเราคงจะซื้อไม่ลงแน่ๆ….แพงเกิ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

นอกจากโอเปร่าเฮ้าส์ที่เป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาให้กับซิดนีย์แล้ว  สิ่งที่เป็นตัวดึงดูดให้นักท่องเที่ยวฝรั่งส่วนใหญ่ให้มาพักอาศัยอยู่ในสถานที่ที่มีค่าครองชีพแพงติดอันดับโลกแห่งนี้ก็คือ ชายหาด  ที่ตั้งเรียงรายอยู่มากมายรอบตัวเมือง

หาดบอนได เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดภายในบรรดาชายหาดทั้งหลาย  ใครที่เพิ่งมาถึงเมืองนี้และอยากจะไปเที่ยวชายหาดก็มักจะถูกแนะนำให้มาเริ่มต้นกันที่นี่  ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวผมเองที่มาเที่ยวที่นี่ในวันแรกที่ลงเครื่องมาเลยทีเดียว

ถ้าจะเปรียบไปหาดบอนไดก็คล้ายๆกับหาดพัทยาของบ้านเรา  ที่อยู่ใกล้กับตัวเมืองและตัวชายหาดยาวมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน  จะต่างกันก็ตรงที่  ที่นี่ไม่มีคนมาเร่ขายของและไม่มีเก้าอี้ชายหาดมาขวางนักท่องเที่ยว , ร้านขายของอยู่ห่างไกลออกไปจากตัวหาดพอสมควร , น้ำทะเลของที่นี่หนาวและคลื่นของที่นี่แรง  , มีฝรั่งเป็นจ้าวถิ่นส่วนคนเอเชียอย่างพวกเราเป็นนักท่องเที่ยว , ราคาสินค้าที่แพงกว่าเมืองไทย 6 เท่า  และที่สำคัญคือน้ำทะเลของที่นี่ไม่คัน  นอกจากนั้นบรรยากาศที่นี่ก็ไม่แตกต่างไปจากพัทยาเลย

ถ้าใครมาเที่ยวที่นี่โดยคาดหวังว่าจะมาเพื่อการกินลมชมวิวอาจจะผิดหวังได้  เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาอาศัยอยู่บนชายหาดนี้นั้นเขามาเพื่อเล่นกระดานโต้คลื่น  ไม่ก็มานอนผึ่งแดดเพื่อเปลี่ยนสีผิวกัน  ส่วนถ้าใครอยากมากินบรรยากาศชายทะเลหรือมาดูสาวๆในชุดบิกินีก็พอจะสมหวังได้บ้าง

ส่วนการเดินทางมาขอแนะนำว่าอย่านั่งรถไฟมา ถึงแม้จะมีสถานีที่ชื่อว่า Bondi Junction ก็ตาม เพราะถ้านั่งมาแล้วก็ยังจะต้องต่อรถเมล์มาอยู่ดี  ที่บอกเช่นนี้เพราะผมเคยลองเดินมาแล้วพบว่าทั้งไกลทั้งงง  ขอให้นั่งรถมาจากในตัวเมืองเลยจะสะดวกรวดเร็วกว่าโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจากในตัวเมืองก็จะมาถึงที่นี่

ร้านค้าชั่วคราวใกล้หาดมีอยู่น้อยมาก และฝรั่งส่วนใหญ่ถ้าไม่อาบแดดก็เล่นกระดานโต้คลื่น ไม่มีเจ็ทสกีหรือบานาน่าโบ๊ทให้ต้องหลบหลีก

ถ้าใครนั่งรถมาที่นี่แล้วยังหลง ก็คงจะหลงในทุกที่ในการเดินทางเพราะรถมาจอดให้หน้าหาดเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

 

ตัวหาดบรอนเต้ที่สั้นกว่าบอนไดแต่ก็สงบและตามความคิดผมนั้นยังสวยงามกว่าด้วย

มีโขดหินสวยๆและคลื่นงามๆให้ได้ชมกันด้วยนะครับ

 

หากใครที่อยากจะได้บรรยากาศมากขึ้น  ยังมีชายหาดที่ไม่ใกล้ไม่ไกลออกไปจากตัวหาดบอนได  มีชื่อว่าหาดบรอนเต้  ซึ่งจะมีความยาวของชายหาดน้อยกว่าหาดบอนได  แต่ก็มีนักท่องเที่ยวน้อยลงไปกว่าครึ่งด้วยเช่นกัน  แถมยังมีธรรมชาติที่เป็นโขดหินสวยงามที่ถูกฟองคลื่นสีขาวพัดสาดเข้ามา  ในบางจุดดูเหมือนกับชั้นของก้อนเมฆขณะเครื่องบิบบินผ่านเลยเชียว 

ใครจะมาที่นี่ก็มาได้ง่ายเช่นกัน  โดยมีรถเมล์หลายสายวิ่งจากในตัวเมืองมาถึงหาดนี้  หรือถ้าจะเดินมาจากหาดบอนไดเลยก็ได้  โดยถ้าหันหน้าไปทางหาดบอนไดหาดบรอนเต้จะอยู่ด้านขวา  ให้เดินตามเส้นทางเลียบหาด(ไม่ใช่ถนนใหญ่นะ)ผ่านเนินชันพอประมาณใช้เวลาประมาณไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะมาถึงยังหาดนี้   (คลิกเพื่อดูภาพทั้งหมด)

วิวยามรุ่งสางของหาดบรอนเต้

หาดมารูบร้า (Maroubra Beach )

หาดมารูบร้าที่ยาวพอๆกับหาดบอนไดแต่ไกลออกมาจากตัวเมืองมากกว่า

 

วิวโปรดของผมอีกจุดหนึ่งคือสระว่ายน้ำสาธารณะของที่นี่ หรือที่เขาเรียกกันว่า Rock pool นั่นเอง

 

 

 

 

 

 

 

ขอปิดท้ายด้วยชายหาดมารูบ้า  ซึ่งอยู่ถัดออกมาจากหาดบรอนเต้  ถ้าจะเดินเลียบหาดมาที่นี่ก็ได้แต่น่าจะใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึงเลยทีเดียวเพราะจะต้องผ่านหาดคูจีก่อน  ขอแนะนำให้นั่งรถเมล์ซึ่งแม้จะมีไม่กี่สายแต่ก็วิ่งมาจอดหน้าหาดเลยเช่นกัน

เสน่ห์ของหาดมารูบ้า สำหรับผมแล้ว คือ วิวของแนวโขดหินที่มีขนาดใหญ่และทอดยาวออกไปสุดลูกหูลูกตาประกอบกับคลื่นลูกใหญ่ที่มากระทบเป็นฟองขาว  ซึ่งเป็นวิวที่แปลกและแตกต่างออกไปจากทะเลไทยที่คลื่นลมค่อนข้างจะสงบเสงี่ยม

จุดที่ผมชอบมากที่สุด คือ บริเวณสระน้ำสาธารณะกลางแจ้งที่ฝรั่งเรียกว่า Rock Pool ซึ่งมันก็คือสระที่สร้างจากหินธรรมชาติจริงๆนั่นแหละ  เปิดให้บริการแก่ใครๆก็ตามที่อยากจะมาว่ายน้ำแถวนี้  โดยคลื่นจะโดนแนวโขดหินก่อนถึงตัวสระสกัดเอาไว้จากคลื่นลูกใหญ่กลายเป็นคลื่นลูกเล็กและแบนราบขนาบเข้ามาคล้ายๆกับก้อนเมฆ  นั่งดูเท่าไรก็ไม่เบื่อ (คลิกเพื่อดูรูปทั้งหมด)

ข้อแนะนำ : การเดินทางภายในซิดนีย์สามารถทำได้อย่างสะดวกสบายถ้ามีตั๋วโดยสารซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อต่างๆรอบเมือง  โดยถ้าจะเที่ยววันเดียวขอแนะนำตั๋ววันขอให้ซื้อตั๋ว One day Pass ราคาตกอยู่ที่ประมาณ 20$(ช่วงปลายปี 2010) ส่วนถ้าใครจะเที่ยวมากกว่า 3 วัน แนะนำให้ซื้อตั๋ว Weekly pass zone 1ราคาประมาณ 40$ ซึ่งตั๋วทั้งสองใบสามารถขึ้นรถเมล์ เรือเฟอร์รี่และรถไฟได้เกือบทุกสายในซิดนีย์  แต่ถ้าใครคิดจะเที่ยวนิดเดียวก็สามารถจ่ายเงินซื้อตั๋วตามสถานีหรือบนรถเมล์ได้เลย  แต่ราคาจะขึ้นอยู่ตามระยะทางขั้นต่ำจะตกอยู่ที่เที่ยวละ 2$  (คลิกเพื่อดูภาพทั้งหมด )

(สามารถเช็คเส้นทางและตารางเวลาของรถเมล์ที่วิ่งทั่วตัวเมืองซิดนีย์ ได้ที่  www.sydneybuses.info )   

 

Related posts:

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Category: ออสเตรเลีย

About the Author ()

...

Leave a Reply