ถ้ำแห่งดวงดาว

| August 2, 2012 |

จากการอาศัยอยู่กับ ซู ที่เมือง รักแลนด์ หลังจากเวลาที่ผมทำงานเสร็จในช่วงเช้า ผมก็มีโอกาสเที่ยวแทบจะทุกวันไม่ว่าจะเป็นสถานที่รอบบ้านที่มีทั้งเส้นทาง เดินป่า หรือหาดทรายดำที่ผมไม่เคยพบเจอมาก่อน

วันนี้ผมจะมาเปิดเผยถึงอีกหนึ่งสถานที่ซึ่งเป็นที่ที่ผมเองก็คาดไม่ถึงว่าจะ มีสถานที่เช่นนี้ให้ได้ไปเยี่ยมชมด้วยก่อนที่จะเข้ามาในประเทศนิวซีแลนด์ พื้นที่บริเวณนั้นมีชื่อว่า Waitomo cave เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากพอสมควรจึงมีรถบัสให้บริการทั้งจากในตัวเมือง ออคแลนด์และเมืองใกล้เคียง สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.waitomo.org.nz/transport.asp

สิ่งที่ทำให้ถ้ำแถบ Waitomo มีชื่อเสียงขึ้นมาก็คือเจ้าสิ่งมีชีวิตที่เขาตั้งชื่อให้ว่า Glow worm ซึ่งจริงๆแล้วมัน คือ แมลงมิใช่เป็นไส้เดือนแต่อย่างใด ส่วนมันจะมีความพิเศษอย่างไรเดี๋ยวตามไปดูกันนะครับ

ขับรถจากเมือง Ragland มาประมาณ 100km ก็จะถึงบริเวณ Waitomo cave ทัวร์ที่ผมใช้บริการ
มีชื่อว่า Spellbound Tour ซึ่งได้รับการโหวตเกือบจะ 5 ดาว จาก tripadvisor.com ราคาทัวร์
ตกอยู่ที่ 70NZ$/คน ถ้าใครจะขับรถไปเองแบบผมแนะนำให้ใช้เส้นทางลัด Waitomo valley road
จะประหยัดระยะทางได้เยอะทีเดียว
ทัวร์นี้มีความพิเศษตรงที่รับนักท่องเที่ยวจำนวนจำกัดจำนวนประมาณไม่เกิน 12 คน ถ้าใครช่างสงสัยก็จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับ Glow worm และพื้นที่บริเวณนี้ไปเต็มๆ แต่ถ้าฟังภาษาอังกฤษไม่เข้าใจ จะไปทัวร์อื่นก็คงจะไม่ใช่ปัญหา ยังมีทัวร์ให้เลือกอีกประมาณ 4-5 ทัวร์ในพื้นที่บริเวณนี้

พวกเรานั่งรถตู้แล้วคนขับรถซึ่งเป็นไกด์ไปด้วยในตัวก็จะพาเราเข้าไปในพื้นที่บริเวณ Waitomo cave
ซึ่งจะมีสภาพตามภาพถ่าย คือจะเป็นภูเขาเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา

ตามคำบอกเล่าของไกด์ พื้นที่บริเวณนี้เคยเกิดการทรุดตัวยุบไปยุบมามาก่อน ทำให้เกิดเป็นภูเขา
อย่างที่เห็น ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นเมืองแห่งภูเขาไฟเช่นเดียวกับพื้นที่ข้างๆถัดไปทางตะวันออก อย่าง
Rotorua และ Taupo แต่ปัจจุบันค่อนข้างจะสงบเสงี่ยมเจียมตัวแล้ว

นอกจากสภาพของภูเขาที่เห็นนี้แล้ว บริเวณนี้ยังมีถ้ำที่มีเจ้า Glow worm อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
แต่ละถ้ำก็ได้รับสัมปทานจากแต่ละบริษัททัวร์ ดังนั้นใครที่คิดจะขับรถมาแล้วเข้าถ้ำไปหา Glow worm
เองก็คงจะเป็นไปได้ยาก ทั้งนี้ส่วนหนึ่งทัวร์ของแต่ละบริษัทจะเป็นผู้อนุรักษ์และพัฒนาแต่ละถ้ำไปด้วย
ไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวอย่างสะเปะสะปะ เป็นการอนุรักษ์ที่ฉลาดเพราะรัฐบาลจะได้ประหยัดงบไปด้วย

ถึงแล้วทางเดินที่ไม่สามารถใช้รถวิ่งเข้าไปได้เพื่อที่จะไปเข้าถ้ำของบริษัททัวร์ของเรา ซึ่งจุดขาย
อีกอย่างของถ้ำของบริษัทนี้คือมีปริมาณของ Glow worm มากที่สุดเมื่อเทียบกับถ้ำอื่นๆ

เอาล่ะถึงปากทางเข้าแล้วอีกไม่กี่อึดใจเดี๋ยวคงได้เห็นกัน

Glow worm เป็นแมลงที่จะเติบโตได้ดีถ้ามีความชื้นที่ระเหยจากน้ำขึ้นไปสู่บริเวณผนังถ้ำ ดังนั้น
ถ้ำที่ดีจะต้องมีน้ำไหลผ่านเข้าไปก็จะทำให้มีจำนวน Glow worm มากตามขึ้นไปด้วย เอาล่ะไปเข้าถ้ำ
กันดีกว่า

ขึ้นชื่อว่าถ้ำ แน่นอนว่าต้องมืดสิครับ…..แต่ถ้าลองสังเกตุดีๆจะเห็นว่ามีจุดสีเขียวๆอยู่ จุดหนึ่ง นั่นแหละครับเจ้า Glow worm

เริ่มเดินเข้าไปลึกอีกหน่อย เริ่มเห็นจุดเขียวๆหลายๆจุดเพิ่มขึ้น อยากจะบอกว่ากล้องของผมนั้น
ไม่ได้ดีเด่นเท่าไร(G10) และเมื่อถึงจุดไฮไลท์จริงๆเขาก็ไม่ให้ถ่ายรูปเพราะแสงจะไปรบกวนเจ้า Glow worm
ใครที่จะไปเที่ยวก็ต้องระวังให้ดีควรเตรียมกล้องเจ๋งๆไปเพราะถ้ากล้องไม่ดีอาจจะได้รูปไม่สวยแบบที่ตาเห็น
อย่างที่ผมได้มา คราวนี้เรามาทำความรู้จักกับเจ้า Glow worm กันดีกว่า

Glowworm, or glow worm, is the common name for various groups of insect larvae and adult larviform females that glow through bioluminescence. They may sometimes resemble worms, but all are insects (Arachnocampa and Orfelia being flies and all the others being beetles).
จริงๆ แล้วเจ้า Glow worm มันก็คือแมลง โดยมันจะใช้แสงล่อแมลงอื่นๆให้มาติดกับแล้วก็จับกินนั่นเอง มันจึงชอบอาศัยอยู่ในถ้ำชื้นๆที่มีน้ำขังเพราะจะมีอาหาร คือ แมลงอื่นๆที่ตัวเล็กกว่าที่โตมากับน้ำที่ขังในถ้ำ

รูปร่างของ Glow worm ซึ่งขยายแบบสุดๆเวลาเข้าไปดูจริงๆแทบจะไม่เห็นขนาดตัวเลยด้วยซ้ำ นอกจาก
มันจะล่อแมลงแล้ว มันยังล่อมนุษย์แบบพวกเราให้มาดูมันได้อีกด้วย ^__^

ส่วนสถานที่ที่สามารถพบเจอเจ้า Glow worm ได้ก็มีดังนี้

  • New Zealand
    • Waitomo Caves, Waitomo, Waikato
    • Te Ana-au Caves, Lake Te Anau, Fiordland, South Island
    • Leith Valley, Dunedin
    • Wellington Botanic Garden
    • Hari Hari, Westland
    • Waimarino Adventure Park, Tauranga
  • Australia
    • Glow-Worm Caves Tamborine Mountain, Southeastern Queenslan
    • Newnes glow worm tunnel, Blue Mountains, New South Wales
    • Natural Bridge, Gold Coast hinterland, Queensland

แต่ที่ Waitomo จะมีจำนวนมากเป็นมือวางอันดับ 1

เอาล่ะรูปสุดท้ายก่อนที่เขาจะห้ามถ่าย จุดไฮไลท์ที่ไม่สามารถเอามาโชว์ได้จะเป็นบริเวณที่เขาจะล่องเรือ
เข้าไปในถ้ำแล้วบนผนังถ้ำจะมีเจ้า Glow worm ส่องแสงอยู่เป็นล้านๆตัว เหมือนกับเป็นท้องฟ้าที่มีดวงดาว
อยู่เต็มไปหมด ต่างกันตรงที่ ดาวจะมีแสงออกเขียวๆ และไม่มีดาวดวงใดใหญ่เป็นพิเศษ

ดูแสงของ Glowworm ในถ้ำเรียบร้อยแล้วไกด์ของเราซึ่งทำหน้าที่ทุกหน้าที่ในตัวคนเดียวก็ยกน้ำและขนม
มาให้พวกเราบริการตัวเองกัน ข้อแตกต่างอีกข้อของไกด์ที่นี่ คือ เขาจะได้ค่าแรงมากกว่าบ้านเราก็จริงแต่
เขาก็จะต้องทำทุกหน้าที่ด้วยตัวของเขาเอง ต่างจากบ้านเราที่คนขับรถกับไกด์แยกร่างออกจากกัน

มาดูอะไรกันหรือครับ ขัดเวลากินหญ้าของพวกผมจริงๆ….สิ่งที่น่าสนใจอีกเรื่อง คือ ประเทศนี้จะมีการ
จัดสรรที่ดินแบบแปลกดี คือ ข้างๆสถานที่อนุรักษ์ก็สามารถเป็นที่ดินส่วนบุคคลได้ อย่างข้างๆถ้ำซึ่งเป็นที่
สงวนก็เป็นทุ่งหญ้าเอกชนที่สามารถนำแกะมาเลี้ยงได้ ในช่วงหลังๆผมต้องแปลกใจที่เมื่อไปเที่ยวบางเกาะ
ยังพบว่ามีการนำแกะไปปล่อยบนเกาะเพื่อให้กินหญ้าแทนการตัดหญ้าอีกด้วย

อีกถ้ำที่ไกด์นำเราเข้าไป ไม่ได้มี glow worm แต่มีซากของเจ้านกที่มีชื่อว่า Moa ซึ่งเป็นนกที่ถูก
ชาวเมารีล่าจนสูญพันธุ์ไปเลยทีเดียว

รูปภาพตามจินตนาการจากโครงกระดูกและหลักฐานต่างๆของเจ้านก Moa ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว

Related posts:

Tags: , , , , , , , ,

Category: นิวซีแลนด์

About the Author ()

...

Leave a Reply